สาวๆ นกกันถ้วนหน้า ซงจุนกิ ประกาศวิวาห์ ซองเฮเคียว แล้ว

นับว่าเป็นข่าวดีหนึ่งของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ เมื่อคู่ พระ-นาง สุดฟินจิกหมอนอย่าง ซงจุงกิ – ซองเฮเคียว ประกาศข่าวดีว่าทั้งคู่กำลังเข้าสู่ประตูวิวาห์แล้วซึ่งงานจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคม 2017 โดยทางต้นสังกัดและนักแสดงได้ออกมาคอนเฟิร์มแล้วหลังมีข่าวลือถึงความสัมพันธ์ทั้งสองคน ทั้งจากการรายงานของสำนักข่าวบันเทิงของประเทศเกาหลีใต้ว่า สองนักแสดงซุปเปอร์สตาร์อย่าง ซงจุงกิ และ ซองเฮเคียว คู่พระ-นาง จากซีรี่ย์ชื่อดัง Descendants of the Sun ประกาศถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่นอกจอว่าทั้งสองคนนั้นเป็นแฟนกันจริงๆ และเผยข่าวดีว่าจะมีงานวิวาห์ในเดือนตุลาคม 2017 นี้

โดยการแถลงข่าวจากต้นสังกัดอย่าง Blossom Entertainmen และ UAA (United Artist Agency) ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของ ซงจุนกิ และ ซองเฮเคียว ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่และกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกัยเรื่องราวของทั้งสองคน พร้อมทั้งบอกข่าวดีว่าทั้งคู่จะมีข่าวดีเรื่องของงานวิวาห์ของทั้งคู่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 31 ตุลาคม 2017 ซึ่งภายในงานจะจัดขึ้นเป็นการส่วนตัวระหว่างครอบครัวของสองฝ่าย ซึ่งทางต้นสังกัดได้ออกมาประกาศเรื่องการจัดงานและขอให้แฟนๆเข้าใจในเรื่องนี้ด้วย เมื่อข่าวนี้ประกาศออกไปนั้นได้มีแฟนๆเข้าแสดงความเห็นมากมายส่วนใหญ่อวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขและขอให้มีอนาคตที่สดใส

สำหรับ ซงจุนกิ และ ซองเฮเคียว เป็นนักแสดงคู่พระ-นาง จากซีรี่ย์เรื่อง Descendants of the Sun เป็นซีรี่ย์ยอดนิยมมากและสามารถทำเรทติ้งสูงที่สุดในปี 2016 เมื่อออกอากาศ ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่จิ้นคู่หนึ่งที่แฟนๆพูดถึงกันมากที่สุดด้วย

กากกาแฟ ประโยชน์เด่นที่ไม่ควรมองข้ามตอน 2

– ลดลอยคล้ำใต้ตา กากกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยในความเปร่งปรั่งของผิว หากพบว่ามีรอยคล้ำใต้ตาล่ะก็ นำกากกาแฟมาผสมกับน้ำผึ้ง หรือจะใช้กากเพียวๆก็ได้ มาทาบริเวณใต้ตาทิ้งไว้ 10 นาที เพียงเท่านี้ก็สามารถลดรอยคล้ำได้แล้ว

– ลดถุงใต้ตา คุณสมบัติอีกอย่างหนึ่งของกากกาแฟคือ สามารถลดถุงใต้ตาได้ไม่ให้เกิดตาบวมจากการนอนดึก โดยนำกากกาแฟมาใส่ในผ้าขาวบางและนำไปแช่ตู้เย็น จากนั้นนำมาวางไว้บริเวณดวงตา คุณสมบัติของกากกาแฟจะช่วยลดอาการตาบวมได้

– ใช้ยืดอายุของดอกไม้สดในแจกัน ดอกไม้ที่ซื้อมาจากตลาดสดซึ่งดอกมีความสดอยู่แล้ว แต่การใส่ในแจกันและใส่น้ำก็จะไม่ช่วยให้ยืดอายุขัยของดอกไม้สดได้ ลองนำดินผสมกากกาแฟมาผสมรวมกันในแจกันแล้วนำดอกไม้สดใส่ลงไปก็สามารถยืดอายุขัยของดอกไม้สดให้อยู่คู่กับแจกันไปนานๆ

– ไล่มดก็ดี มดที่ขึ้นตู้กับข้าวนั้นเป็นปัญหาระดับบ้านของหลายๆครอบครัวที่มักเจอปัญหามดขึ้นตู้กับข้าวซึ่งบางคนจะฆ่าก็ฆ่าไม่ลง ดังนั้นลงนำกากกาแฟมาทาบริเวณฝาตู้หรือขาตู้ดูซิ รับรองว่ากลิ่นของมันจะทำให้มดไม่กล้าเข้ามายุ่งในตู้กับข้าวที่บ้านคุณแน่นอน

– ขัดคราบเปื้อนที่โต๊ะ คราบเปื้อนต่างๆที่โต๊ะนั้นหากปล่อยไว้นานๆก็จะทำให้คราบฝังแน่น โดยคราบพวกนี้นอกจากจะขจัดยากแล้วยังต้องหาวิธีการทำความสะอาดที่ยุ่งยากอีก ดังนั้นนำกากกาแฟผสมน้ำแล้วมาขัดบริเวณที่เป็นคราบ โดยกากกาแฟนั้นมีฤทธิ์เป็นกรดจะสามารถขจัดคราบออกไปได้อย่างหมดจด โดยไม่ต้องหาซื้อน้ำยาทำความสะอาดราคาแพงๆเลย

กากกาแฟ ประโยชน์เด่นที่ไม่ควรมองข้ามตอน 1

   กาแฟสดยามเช้า เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างนึกถึงเลยโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อให้ทันเวลาเข้างานในแต่ละวัน บางคนอาจต้องไปส่งลูกไปโรงเรียนก่อน ซึ่งการได้รับกาแฟสักแก้วก็ทำให้คลายง่วงไปได้ในระดับหนึ่ง หรือบางเราอาจจะชงกาแฟเองโดยกากกาแฟนั้นเราเลือกที่ทิ้งไป แต่รู้หรือไม่ว่ากากกาแฟนั้นมีประโยชน์อย่างอื่นอีกมากมายดังนี้

– ใช้เป็นปุ๋ย ทำให้ดอกไม้เปลี่ยนสี และไล่แมลง กากกาแฟนั้นสามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยได้ดีเยี่ยมซึ่งจะได้ให้ต้นไม้งอกงามรวมถึงช่วยในเรื่องของการเปลี่ยนค่า pH ในดอกไม้บางชนิด อีกทั้งกากกาแฟนั้นยังสามารถไล่แมงบางชนิดรวมถึงหอยทากไม่ให้มาทำลายต้นไม้ได้

– ใช้ลดกลิ่นอับชื้น หากมีกากกาแฟแล้วอย่าทิ้ง กากกาแฟช่วยในเรื่องการดูดซับกลิ่นอับต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม เช่น นำมาห่อด้วยผ้าขาวบางนำไปใส่ไว้ในรองเท้า, ลดกลิ่นอับในตู้เสื้อ, กลิ่นเหม็นในห้องน้ำ, รวมถึงในตู้เย็นได้ด้วย

– ลดกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์ โดยเฉพาะอึน้องหมา น้องแมว ที่กลิ่นแรงมาก หากต้องการลดกลิ่นเหม็นเหล่านั้นไม่ให้รบกวนเราและเพื่อนบ้าน โดยนำกากกาแฟมาโรยที่กะบะทราย เพียงเท่านี้ก็สามารถลดกลิ่นเหม็นได้แล้ว

– ขัดผิวก็ได้ ในกากกาแฟนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งทำหน้าที่ขจัดสิ่งสกปรกเอาจากผิวได้ เพียงนำกากกาแฟมาผสมกับนมจืดแล้วนำมาขัดตามร่างกาย จะรู้สึกว่าผิวดูอ่อนนุ่มขึ้นอีกทั้งยังไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองด้วย

รับมืออย่างไรเมื่อยางรถระเบิด

   ทุกวันนี้ความปลอดภัยบนท้องถนนถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก เพราะในสมัยนี้มักเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่บ่อยครั้ง เพราะหากเราไม่ชนเขา เขาก็มาชนเรา บางครั้งอุบัติเหตุไม่ได้เกิดเมื่อรถเสียหลักชนกันอย่างเดียว รวมถึงอุบัติเหตุต่างๆที่เกี่ยวข้องกับรถของเราด้วย โดยเฉพาะยางรถระเบิดหรือยางแตก ซึ่งเมื่อเกิดเหตุคนขับส่วนใหญ่มักตกใจและตั้งหลักไม่ได้จึงทำให้เสียหลักชนรถผู้อื่นก็มี ซึ่งเราจะรับมืออย่างไรหากยางรถแตกขึ้นมา

-สติเป็นสิ่งสำคัญ อย่างแรกที่ต้องคำนึงเมื่อการเหตุยางรถระเบิดคือ ตั้งสติซึ่งเมื่อเกิดขึ้นรถจะเสียการทรงตัว เราต้องตั้งสติในการควบคุมรถเมื่อได้สติแล้ว เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อเข้าทางและขับจอดในเขตปลอดภัย ซึ่งรถที่ตามหลังมาเมื่อรู้ว่าเกิดเหตุยางระเบิดจะขับห่างและให้สัญญาณไฟเพื่อเตือนรถคนอื่นๆ

– ควบคุมพวงมาลัยให้มั่น เมื่อเกิดเหตุยางระเบิดรถจะเสียการทรงตัว ดังนั้นแล้วคนขับควรตั้งสติให้มั่นและควบคุมพวงมาลัย ซึ่งยางระเบิดจะทำให้รถส่ายไปมา ซึ่งคนขับควรควบคุมพวงมาลัยให้รถทรงตัวกลับมาในเลนเดิม แล้วหาทางเข้าข้างทางเพื่อให้รถจอด

– อย่าพยายามเหยียบเบรกลึก ระหว่างที่ยางระเบิดนั้นการเหยียบเบรกลึกจะทำให้รถเสียการทรงตัวและเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นหากยางเกิดระเบิดควรประคองให้มั่นและค่อยๆเหยียบเบรก แล้วค่อยๆผ่อน หากเป็นเกียร์กระปุกอย่าเหยียบครัชเพราะจะทำให้รถลอยไม่เกาะถนน ดังนั้นควรค่อยๆเบรกแล้วผ่อนเกียร์ไปด้วยดีกว่า

กระจกหกด้าน รายการสาระดี

  กระจกหกด้าน เป็นรายการโทรทัศน์ที่เต็มไปด้วยเนื้อหาและสาระที่ดีมากรายการหนึ่ง ซึ่งเป็นประเภทรายการสารคดีสั้นความยาวเพียง 15 นาที ซึ่งมีการพูดถึงความสำคัญของบุคคลสำคัญต่างๆ รวมถึงสถานที่สำคัญมากมายในรายการ โดยรายการนี้ถือว่าเป็นรายการที่มีคนพูดถึงมาก โดยเป็นรายการที่ออกอากาศมายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว

รายการกระจกหกด้านนั้น ออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2526 ทางช่อง 7 ซึ่งในช่วงนั้นถือว่าเป็นรายการที่ยอดนิยมมากเมื่อออกอากาศตอนแรก ซึ่งรายการนี้ส่วนใหญ่จะบรรยายความรู้ทาง ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตและสิ่งแวดล้อม อาหารและโภชนาการ สุขภาพและวิทยาศาสตร์ บุคคลและสังคม และปกิณกะสาระคติ รายการนี้ถูกเปลี่ยนเวลาออกอากาศตลอดช่วงเวลาที่รายการนี้ออกอากาศ โดยครั้งแรกออกอากาศทุกเย็นวันจันทร์ – อังคาร เวลา 16.00 -16.15 น. ต่อมาได้เปลี่ยนวันที่และเวลามาเป็น ทุกวันพฤหัสบดี – ศุกร์ เวลา 11.15 – 11.30 น. ล่าสุดได้ถูกเปลี่ยนวันและเวลาออกอากาศใหม่เป็น พุธ – พฤหัสบดี เวลา 15.45 – 16.00 น.

รายการกระจกหกด้าน นั้นได้ตั้งชื่อมาจากคำสอนของสมเด็จพระพุฒาจารย์โต ซึ่งท่านได้ให้คำสอนว่า “คนเราทุกวันนี้ ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้าแต่เพียงด้านเดียว ให้เอากระจกหกด้านมาส่องเสียบ้าง แล้วจะเห็นเอง” จุดเด่นของรายการนี้นอกจากจะเป็นรายการที่นำเสนอถึงสาระความรู้ต่างๆแล้ว จุดเด่นอีกอย่างคือ เสียงของผู้บรรยายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรายการ ซึ่งรายการนี้บรรยายโดย สุชาดี มณีวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและผลิตรายการรวมถึงหาข้อมูลต่างๆด้วย ในปัจจุบันรายการได้เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอและกราฟฟิคที่ใหม่มากขึ้นต่างก็ยังคงความคลาสสิกและเอกลักษณ์ของรายการไว้ ปัจจุบันกระจกหกด้านเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “กระจกหกด้านบานใหม่”

วิธีรับมือเมื่อเกิดพายุฤดูร้อน

   เมื่อเกิดพายุฤดูร้อน จะเกิดลมพัดแรงและมีฝนฟ้าคะนอง รวมถึงฟ้าผ่าต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายมากต่อชีวิต เรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับคนโดนฟ้าผ่าในช่วงเกิดพายุ แล้วเราจะรับมืออย่างไรและป้องกันตัวเมื่อเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้

– ในช่วงการเกิดพายุฤดูร้อนนั้น จะมีลมพัดแรงมากอาจทำให้มีสิ่งของที่ไม่แข็งแรงปลิวมาได้ซึ่งไม่ควรอยู่ใกล้หน้าต่างเนื่องจากอาจจะโดนสิ่งของ เศษไม้ที่ไม่แข็งแรงปลิวมาพร้อมกับลมได้ ซึ่งอาจจะได้รับอันตรายจากสิ่งของเหล่านี้ได้ และควรอยู่ภายในอาคารที่แข็งแรงและเลี่ยงการอยู่ใกล้กับหน้าต่าง หลังจากพายุสงบควรสังเกตต้นไม้ที่เอียงมากเกินไป ต้องตัดทิ้งทันที

– ในช่วงเกิดพายุ หากบ้านที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ควรเปิดโทรทัศน์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ เนื่องจากกระแสของสัญญาณดาวเทียมนั้นอาจทำให้เกิดฟ้าผ่าใส่เสาสัญญาณและเกิดกระแสไฟฟ้าทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเสียหายได้ และอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้เช่นกัน

– หากอยู่กลางแจ้ง ควรสังเกตสภาพอากาศโดยรอบ หากเกิดฟ้าครึ้มและเริ่มมีลมแรง ควรรีบกลับเข้าไปหลบในอาคารใกล้ที่สุด และปิดโทรศัพท์มือถือเนื่องจากสัญญาณมือถือเป็นตัวล่อทำให้เกิดฟ้าผ่าได้ และไม่ควรอยู่ใต้ต้นไม้ หรือป้ายโฆษณาซึ่งเสี่ยงต่อการถูกป้ายล้มทับได้

– ขณะเกิดพายุไม่ควร สวมใส่เครื่องประดับจำพวกโลหะ เช่น ทอง เงิน ทองแดง หรือกระทั่งถือร่มที่มียอดเป็นโลหะ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าใส่ได้ รวมถึงงดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด ขณะเกิดพายุซึ่งเครื่องประดับเหล่านี้ถือว่าเป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นดี ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

พายุฤดูร้อนในประเทศไทย

  ในช่วงหน้าร้อนในประเทศไทยนั้น เป็นช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวโดยเฉพาะเดือนเมษายน นั้นอากาศจะร้อนอย่างมาก บางพื้นที่นั้นอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 35 องศาเลยทีเดียว แม้ว่าอากาศร้อนแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีฝนตกเลย ซึ่งฝนที่ตกในฤดูร้อนจะนำพาทั้งลมแรง ฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ซึ่งเรียกว่า พายุฤดูร้อน

พายุฤดูร้อน เป็นพายุฝนฟ้าคะนอง เกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูร้อนหรือช่วงก่อนเข้าฤดูฝน พายุฤดูร้อนเกิดจากการหมุนเวียนของอากาศที่แปรปรวนอย่างรวดเร็ว สำหรับในประเทศไทยพายุฤดูร้อนเกิดจากมวลอากาศเย็นปะทะกับมวลอากาศร้อนก่อให้เกิดภาวะอากาศแปรปรวนอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดพายุฟ้าคะนองขึ้น ซึ่งพายุฟ้าคะนองเหล่านี้จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆและกินเนื้อที่ไม่กี่ตารางกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ที่เกิดพายุฤดูร้อนจะได้รับความเสียหาย

ข้อสังเกตก่อนการเกิดพายุฤดูร้อนนั้น คือมีอากาศร้อนอบอ้าวหลายวันติดต่อกัน ไม่มีลมพัด ไม่มีเมฆปกคลุม และมีความชื้นในอากาศสูงซึ่งสังเกตเมื่อออกในที่แจ้งเนื้อตัวจะเหนียวผิดปกติ หลังจากนั้นเมฆจะเริ่มครึ้มและมีลมพัดแรงจากนั้นจะเกิดฝนตกอย่างหนักและฟ้าร้องฟ้าผ่า บางครั้งอาจมีลูกเห็บตกลงมาด้วย หากพายุก่อตัวในบริเวณทะเลอาจมีพายุงวงช้างก่อตัวขึ้นมาด้วย ส่วนใหญ่พายุฤดูร้อนจะเกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือของไทย เนื่องจากเป็นพื้นที่ใกล้กับเขตประเทศจีนซึ่งจะมีมวลอากาศเย็นแผ่ลงมา จึงทำให้ภาคเหนือ รวมถึงภาคอีสานที่เป็นพื้นที่ราบและอากาศร้อนสูง มักเกิดพายุฤดูร้อนบ่อยกว่า พื้นที่อื่นๆของประเทศไทย โดยภาคกลางและภาคตะวันออกจะเกิดขึ้นน้อยที่สุด