ไว้โรคแบคทีเรียกินเนื้อ

วิทยาการการของเราถือว่ามาไกลมากและรวดเร็วมากถ้าดูจากอดีตที่ผ่านมาและทุกวันนี้ทางการแพทย์ก็ได้นำวิทยาการทางด้านต่างๆมาเพิ่มประสิทธิ์ภาพในการรักษาคนไข้ให้ประสบผลสำเร็จมากขึ้น เช่นการผ่าตัดเป็นการรักษาที่เป็นที่เริ่มให้ยอมรับมาในช่วง 100 ปี ที่ผ่านมา แต่ถึงจะมีวิทยาการสูงเพียงใดก็ยังพบปัญหามาโดยตลอดอย่างภาวะที่เกิดหลังการผ่าตัดเช่นการเชื้อหลังแบคทีเรียนในแผลหลังการผ่าตัดหรือหลังประสบอุบัติเหตุทำให้เกิดแผลและสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อแบคทีเรียที่พบเป็นสาเหตุได้บ่อย ได้แก่ เชื้อสเตรปโตคอคคัสกรุ๊ปเอ ซึ่งบริเวณที่พบการติดเชื้อบ่อย ได้แก่ บริเวณขาและแขน  อัตราการเสียชีวิตขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวของผู้ป่วยและบริเวณของการติดเชื้อ ถ้าผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือเป็นโรคเบาหวาน หรือโรคตับแข็งจะทำให้มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อรวมถึงจะลุกลามอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น การติดเชื้อที่กว้างหรือลึกมากจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการเสียชีวิตที่มากขึ้นลักษณะอาการที่พบในระยะแรก คือ มีอาการเจ็บปวด บวม แดง ร้อนที่ผิวหนังอย่างมาก หลังจากนั้นอาการบวมแดงจะลามอย่างรวดเร็ว ในบางรายอาจมีตุ่มน้ำร่วมด้วย ต่อมาสีของผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงและมีเนื้อตายเกิดขึ้น เมื่อมีเนื้อตายเกิดขึ้นผู้ป่วยอาจมีอาการชามาแทนที่อาการเจ็บปวดมักมีไข้สูงและมีการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือดร่วมด้วย ผู้ป่วยอาจมีภาวะช็อก และมี การทำงานที่ลดลงของอวัยวะต่างๆ เช่น ไต ตับ เป็นต้น  การวินิจฉัยและรักษาในระยะแรกของโรคจะสามารถลดอัตราการเสียชีวิตและหายได้ ถ้ามีแผล อาการเจ็บปวด บวม แดง ร้อนที่ผิวหนัง หรือมีไข้ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาโดยทันที