ความเสี่ยของผู้สูงอายุ

คนเราเมื่อมีอายุมากขึ้นสิ่งที่ตามมาไม่ต้องให้เดาเลย นั้นคือโรคต่างๆที่มีมาเหมือนญาติมาเยี่ยมที่มาทุกวันไม่รู้ว่ามีโรคอะไรบ้างเยอะเหลือเกิน และยิ่งทางร่างกายต้องควรระวังการเกิดอุบัติเหตุแม้ว่าส่วนใหญ่จะมีการบาดเจ็บเล็กน้อยหลังหกล้ม แต่มีผลเสียร้ายแรงที่เกี่ยวข้องได้แก่ เป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งถึงสาเหตุการเจ็บป่วยที่ซ่อนเร้นอยู่ และอาจเกิดการบาดเจ็บที่รุนแรงได้ เช่นกระดูกหัก ภาวะเลือดคั่งในสมอง สุดท้ายเป็นภาระต่อญาติผู้ดูแลและสังคม ทำให้สูญเสียทั้งด้านการเงิน สุขภาพ และเวลาทั้งของผู้สูงอายุเองและญาติที่ต้องมาดูแลด้วย  ถ้าไม่นับผู้สูงอายุที่หกล้มเนื่องจากอุบัติเหตุจากสิ่งแวดล้อม เช่นพื้นลื่น หรือเดินสะดุดพื้นที่ไม่เรียบเสมอกันแล้ว ผู้ที่หกล้มเองโดยไม่มีเหตุอันควร เช่น หกล้มขณะเดินปกติภายในบ้าน มักต้องมีโรคร้ายแรงที่อาจซ่อนเร้นอยู่ ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนอิริยาบถจากนั่งหรือนอนมาเป็นยืน ทำให้เลือดไม่สามารถถูกสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ทันเวลาและเพียงพอ อาจมีอาการหน้ามืดวิงเวียนศีรษะขณะนั้นร่วมด้วย  กลุ่มโรคในระบบไหลเวียนเลือดเช่น อาการหมดสติไปชั่วครู่ขณะกำลังเบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะ หรือการไอที่รุนแรง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายฉับพลัน โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นต้น กลุ่มโรคระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน โรคสมองเสื่อม โรคปลายประสาทเสื่อม โรคลมชัก โรคต่างๆ ที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ อวัยวะการทรงตัวที่อยู่ติดกับหูชั้นในทำงานผิดปกติ ที่บางคนเรียก น้ำในหูไม่เท่ากัน สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ โรคข้อเสื่อม ภาวะซึมเศร้า สายตาผิดปกติจากโรคทางตาเช่น ต้อกระจก ผลข้างเคียงจากยาโดยเฉพาะยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง และความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน เช่นโรคติดเชื้อต่างๆ  องค์การอนามัยโลกได้แนะนำสามมาตรการหลักในการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ ดังนี้ การเพิ่มความตระหนักถึงภยันตรายที่เกิดจากการหกล้มให้กับผู้สูงอายุทุกคน การประเมินสุขภาพผู้สูงอายุเป็นระยะสม่ำเสมอ เช่นการตรวจสุขภาพประจำปี