ควันบุหรี่มือสอง ผลกระทบทางอากาศของสุขภาพเด็ก

ควันบุหรี่มือสองเป็นผลของการได้รับสารพิษทางอากาศของควันบุหรี่จากผู้สูบที่อยู่ใกล้ๆ เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของสุขภาพเด็กที่เกิดจากสภาพแวดล้อมและผู้ใหญ่ที่ดูแลเลี้ยงดูเด็ก ได้มีการวิจัยพบว่าเด็กทารกได้รับควันบุหรี่มือสองมีความเสี่ยงต่อการตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ ภูมิแพ้ หอบหืด ในระยะยาวมีผลต่อโรคปอดเรื้อรัง มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดในอนาคต และมีผลต่อการทำงานของสมองในด้านระดับสติปัญญา บุหรี่มือสามหมายถึงสารนิโคติน และสารพิษอื่นเกาะติดตามพื้นผิวฝ้า เพดาน เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ผ้าห่ม หมอน ฝุ่น อื่น ๆ ในบ้าน ที่อยู่อาศัย และจะคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นอีกนาน สารเหล่านี้จะเป็นอันตรายเมื่อถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังจากการสัมผัส รวมทั้งจะปนเปื้อนกับอากาศในบ้าน หรือจะทำปฏิกิริยากับก๊าซต่าง ๆ ในอากาศในบ้านทำให้เกิดอากาศภายในบ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นพิษ เป็นอันตรายต่อผู้หายใจ สูดดมเข้าไปโดยเฉพาะเด็กเพราะมีความไวต่อสารในจำนวนน้อย ได้มีการศึกษาครอบครัวที่มีเด็กเล็กแรกเกิดถึง 6 ปีที่มีคนในครอบครัวสูบบุหรี่จำนวน 75 ครอบครัว ได้ทำการตรวจหาสารพิษจากบุหรี่ที่เรียกว่าสารโคตินินในปัสสาวะของเด็กซึ่งบ่งบอกการได้รับควันพิษมา 48 ชั่วโมงก่อนมารับการตรวจพบว่า ร้อยละ 76  หรือ 57  ราย ตรวจพบสารพิษ โดยร้อยละ 42.7 หรือ 32 ราย ตรวจพบในระดับที่มากกว่า 2 ng/ml ซึ่งบ่งบอกถึงปริมาณที่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของเด็ก ทั้งที่ได้รับมาในลักษณะเป็นบุหรี่มือสองและมือสาม  ในการศึกษานี้พบว่า เด็กที่อยู่อาศัยกับผู้สูบบุหรี่ในคอนโดมิเนียม แฟลต อพาร์ตเมนต์ และการอยู่อาศัยกับผู้สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน ไม่ว่าผู้สูบนั้นจะสูบในบ้านหรือนอกบ้านก็ตาม เป็นความเสี่ยงต่อการตรวจพบสารพิษในปัสสาวะของเด็ก พบว่าเด็กในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และแฟลตที่มีคนสูบบุหรี่ มีสารโคตินินสูงกว่า เด็กในบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ที่มีคนสูบบุหรี่ถึงสองเท่าตัว  และได้ประสานงานกับครอบครัว พูดคุยให้ความรู้ ให้เครื่องมือตกแต่งบ้านเพื่อสร้างความตระหนักต่อสุขภาพเด็กจากพิษควันบุหรี่