โรคไทรอยด์ กับ อาหารที่ควรเลี่ยง

โรคไทรอยด์ เป็นอาการที่ผิดปกติจากการทำงานของต่อมไทรอยด์ที่เรียกง่ายๆว่า ไทรอยด์เป็นพิษ เป็นโรคหนึ่งจะมีผู้คนเป็นจำนวนมากโรคไทรอยด์เป็นโรคที่ค่อนข้างต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษโดยเฉพาะอาหารการกินที่ต้องคำนึงมากที่ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตัว ต่อมไทรอยด์นั้นทำหน้าที่สร้างฮอร์โมน โดยใช้ไอโอดีนจากอาหารที่กินเข้าไป ต่อมนี้อยู่บริเวณลำคอและทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนเข้าสู่กระแสเลือด ควบคุมการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก

ทีนี้เมื่อผู้ป่วยที่เป็นไทรอยด์นั้นต้องปฏิบัติตัวโดยเฉพาะการทานอาหาร อาหารที่ผู้ป่วยไทรอยด์ควรเลี่ยงนั้นก็คือ อาหารที่มีไอโอดีน สังกะสี ซีลีเนียมสูง พวกมากในอาหารทะเลจำพวกปลา เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ เห็ด เมล็ดทานตะวันรวมถึงธัญพืชต่างๆ ซึ่งมีสารอาหารที่ผู้ป่วยไทรอยด์ที่มีฮอร์โมนในร่างกายมากเกินไปอยู่แล้ว หากทานอาหารจำพวกนี้ไปอาจทำให้ไทรอยด์ทำงานหนักไปอีก

นม นมเป็นไปด้วยไอโอดีนและซีลีเนียม ซึ่งเป็นส่วนที่กระตุ้นการทำงานของไทรอยด์ โดยผู้ป่วยที่เป็นไทรอยด์นั้นหากทานเข้าไปในปริมาณมากนั้นจะทำให้ต่อมไทรอยด์ทำงานหนักยิ่งกว่าเดิมและทำให้อาการแย่ลงอีกด้วย นอกจากนี้กาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิด รวมไปถึงเครื่องชูกำลัง เหล้า เบียร์และเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ทุกชนิด เพราะสารเหล่านี้ทำให้ไทรอยด์ทำงานผิดปกติและทำให้อาการแย่ลงได้ ซึ่งสามารถดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรแทน เช่น ตะไคร้ ขิง ดอกคำฝอย เป็นต้น

ของทอด ของมันทุกอย่าง ไม่ว่าจะป่วยไทรอยด์หรือผู้ที่มีสุขภาพดี ของทอดของมันต่างๆยิ่งไม่สมควรทานอย่างมาก เพราะของเหล่านี้นอกจากจะมีไขมันไม่ดีแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพมากๆ ดังนั้นผู้ป่วยไทรอยด์ไม่ควรกินนอกจากของทอดแล้วยังรวมถึง เค้ก และเบเกอรี่อื่นๆด้วย

โรคเฮอร์แปงไจน่า

โรคเฮอร์แปงไจน่า เป็นโรคที่ติดเชื้อจากไวรัสชนิดเดียวกันกับมือ เท้า ปาก ซึ่งเป็น กลุ่มของ เอนเตอโรไวรัส Enterovirus แต่มีอาการที่แตกต่างกันคือจะมีแผลเฉพาะที่ปากเท่านั้น ขณะที่มือ เท้า ปาก นอกจากจะมีแผลที่ปากแล้วจะมีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางน้ำมูก ไอ จาม ลักษณะอาการจะมีไข้สูงประมาณ 39.5-40 องศาเซลเซียส และมีแผลในช่องปากบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ ต่อมทอนซิล และในโพรงคอหอยด้านหลัง แต่ถ้าเป็นมือ เท้า ปาก ไข้จะไม่สูง และมีแผลกระจายอยู่ทั่วปาก รวมทั้งมีผื่นขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าด้วย

การติดต่อเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสหรือรับประทานสิ่งที่ปนเปือนกับเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย หรืออุจจาระของผู้ที่ติดเชื้อ โรคเฮอร์แปงไจน่าพบได้ในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี เนื่องจากเด็กมักยังไม่มีภูมิต้านทานของเชื้อนี้ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่รวมกันในโรงเรียนอนุบาล หรือสถานเลี้ยงเด็ก เพราะเด็กมักเล่นของเล่นร่วมกัน หยิบจับสิ่งของร่วมกัน จึงมีโอกาสติดต่อได้ง่าย โดยเชื้อนี้จะอยู่ได้นานในอากาศเย็นและชื้น จึงมักระบาดมากในฤดูฝน แต่ก็สามารถพบได้ตลอดทั้งปี  สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้ สามารถรับประทานอาหารได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเด็กคนไหนมีอาการเจ็บในปากมาก ไม่ยอมรับประทาน หรือไม่ยอมกลืนอาหาร ควรหาของอ่อนๆ ให้เด็กรับประทาน   การป้องกันโรคทำได้โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่ไม่สบาย รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้งด้วยน้ำและสบู่ หากลูกหลานไม่สบายควรให้หยุดเรียนเพื่อจะได้ลดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

 

เสียงข้อต่อในเข่าเป็นสัญญาณเตือนข้อเสื่อม

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มักได้ยินเสียงดังกรอบแกรบ ในข้อต่อต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะ  ข้อเข่า  ที่ต้องแบกรรับน้ำหนักตัวเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ลุก เดิน นั่ง หรือข้อเท้าเวลายืดขยับข้อเท้า รวมถึงข้อต่อคอ หลัง ไหล่ เมื่อเอื้อมหยิบของ  จากข้อมูลทางวิชาการ มีการระบุถึงสาเหตุของการเกิดเสียงตามข้อต่างๆ ว่ามาจากหลายปัจจัย ได้แก่ เกิดจากก๊าซในน้ำไขข้อกลายเป็นฟอง เช่น เมื่อหักข้อนิ้วมือทำให้ปลอกหุ้มข้อต่อขยายออก ในขณะที่แรงดันในข้อลดลง ก๊าซที่ละลายอยู่ในน้ำไขข้อจึงผุดเป็นฟองแล้วรวมตัวกันเป็นฟองก๊าซขนาดใหญ่

เมื่อยืดข้อต่อออกไปอีก น้ำไขข้อจะไหลกลับเข้าสู่ข้ออีกครั้ง ทำให้ฟองก๊าซขนาดใหญ่เหล่านั้นยุบลงเป็นฟองขนาดเล็กอย่างรวดเร็ว จึงทำให้เกิดเสียงดังภายในข้อ หรือเกิดจากการเคลื่อนไหวของข้อ กระดูกอ่อน และเอ็นรอบๆ ข้อ ซึ่งมักจะเป็นบริเวณข้อเข่าและข้อเท้า หากข้อเสื่อมทำให้พื้นที่ผิวข้อขรุขระ จะมีการเสียดสีกันจึงทำให้เกิดเสียงดังกรอบแกรบ

สิ่งที่น่ากลัวที่สุด คือ ข้อเสื่อม อันเป็นผลมาจากกระดูกอ่อนที่เชื่อมต่อข้อต่างๆ ผุพังหรือบางลง ทำให้กระดูกข้อต่อเสียดสีกันจนเกิดการอักเสบ จึงรู้สึกเจ็บปวดบริเวณข้อต่อจนไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ปกติ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วอาการ ข้อเสื่อม มักมีสาเหตุมาจากอายุที่มากขึ้น และการใช้งานข้อต่อต่างๆ อย่างหนักหรือหักโหมจนเกินไปจากการศึกษาพบว่าสถิติคนไทยเป็นโรคข้อเสื่อมมากถึง 7 ล้านคน หรือร้อยละ 1 ของประชากรทั้งหมด และส่วนใหญ่มักจะพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แต่ก็ใช่ว่าผู้สูงวัยจะหลีกหนีจากโรคนี้ไม่ได้ เพราะศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การป้องกันหรือหลีกเลี่ยงอาการปวดข้อนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แค่ดูแลร่างกายเป็นอย่างดีและถูกวิธี

การเติมพลังร่างกายอย่างไรดี

หลังออกกำลังกายร่างกายของคุณจะเป็นเหมือนกับฟองน้ำที่แห้งผาก เพราะการออกกำลังกายในระดับที่เข้มข้นทำให้สารอาหารที่เอื้อต่อการทำงานของระบบต่างๆ ถูกดึงมาใช้ ทุกระบบตั้งแต่ระบบประสาทไปจนถึงระบบขับถ่ายปัสสาวะจึงต้องปรับสมดุลใหม่ และนี่คือสารอาหารที่คุณควรจะชดเชยให้ร่างกาย

โปรตีน การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อถูกทำลาย คุณจึงต้องกินโปรตีนเพื่อให้ร่างกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อชดเชย การบริโภคโปรตีนคุณภาพสูงมื้อละ 25-35 กรัม จะทำให้ร่างกายของคุณเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่ดร.ดัก แพดดอน-โจนส์ ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ มหาวิทยาลัยเทกซัสสาขาการแพทย์ กล่าว คุณจึงควรบริโภคโปรตีนคุณภาพสูงอย่างเนื้อไก่ ปลา อาหารทะเล เนื้อวัว และนม

คาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนรูปเป็นไกลโคเจน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับการออกกำลังกาย ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินหลังออกกำลังกายจึงไม่ควรต่ำกว่าโปรตีน คือพยายามให้อัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตกับโปรตีนอยู่ระหว่าง 1:1 และ 2:1

โซเดียม ถ้าร่างกายได้รับโซเดียมไม่เพียงพอ เซลล์ต่างๆ จะต้องทำงานโดยปราศจากอิเล็กทรอไลต์ที่จำเป็น และนั่นจะทำให้อาการกล้ามเนื้อระบมหายช้าลงและทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ถ้าออกกำลังกายจนเหงื่อไหลนองพื้น คุณควรจะเหยาะเกลือเพิ่มหรือกินถั่วอบเกลือเป็นของว่าง

โพแทสเซียม อิเล็กทรอไลต์ตัวนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำเช่นเดียวกับโซเดียม แต่ปริมาณการบริโภคโพแทสเซียมของผู้ชายส่วนใหญ่กลับไม่ใกล้เคียงกับปริมาณที่ National Institutes of Health แนะนำ คุณจึงควรจะพยายามกินอาหารที่อุดมด้วยโพแทสเซียมอย่างกล้วย มันอบแบบติดเปลือก แซลมอน และนมครบส่วน

เคล็ดลับดับหิว

เพราะการหิวอาหารหลังออกกำลังกาย มักนำมาซึ่งความอยากอาหารแบบ ไม่มีหัวคิด แม้จะดูเป็นคำพูดที่แรงไปหน่อย แต่ก็คงปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าเมื่อถึงเวลนั้น เรามักพ่ายแพ้ให้กับความอยากโน่นนี่ของกระเพาะและความรู้สึก มากกว่าการดำเนินตามแผนการกินที่กลั่นมาจากสองของเราก่อนหน้า และหากคุณเห็นด้วยกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนี้ เรามาทำเตรียมตัวทำความเข้าใจและรับมือกับปัญหานี้กันเลยแล้วกัน

ทำไมถึงหิวจัด

หลังจากเพิ่งออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ สมองจะยังไม่ปล่อยให้คุณรู้สึกหิว ซึ่งเป็นภาวะที่นักวิจัยเรียกว่า ภาวะเบื่ออาหารจากการออกกำลังกาย ดร.เฮเทอร์ ไลดี นักวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยเพอร์ดู บอกว่า หลังออกกำลังกาย ½-4 ชั่วโมง คุณถึงจะรู้สึกหิว ซึ่งเธออธิบายว่าการออกกำลังกายจะเพิ่มการสร้างความร้อนของร่างกาย การเผาผลาญ เลือดจึงเปลี่ยนเส้นทางการไหลเวียนจากทางเดินอาหารไปยังอวัยวะส่วนที่ต้องการมากกว่า

แล้วทำไมเราถึงต้องหาอะไรกินหลังออกกำลังกาย

เรื่องนี้มีเหตุผล 2 ข้อคือ กินเพื่อรักษาสมดุลในร่างกาย บางคนรู้สึกว่าต้องกินเพราะสมองกระตุ้นให้เติมพลังที่ร่างกายสูญเสียไปและกินเพื่อความสบายใจ บางคนจะกินเพื่อความพึงพอใจหรือเพื่อควบคุมอารมณ์ ดังนั้น ถ้าเข้าใจความแตกต่างของเหตุผล 2 ข้อนี้ คุณก็จะเติมพลังด้วยวิธีที่ทำให้ลดน้ำหนักได้สำเร็จไม่ใช่ล้มเหลว

อย่าตามใจปาก

หลังออกกำลังกายเรามักจะให้รางวัลตัวเองด้วยการตามใจปาก ซึ่งนอกจากจะประเมินระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกายสูงเกินไปแล้ว คนส่วนใหญ่ยังประเมินปริมาณอาหารที่ควรจะกินหลังออกกำลังกายสูงเกินไปด้วย และถึงจะยิ่งตัวใหญ่มาก ก็ยิ่งเผาผลาญแคลอรีระหว่างการออกกำลังกายได้มาก คุณก็อาจจะกินเกินระดับที่ออกกำลังกายอยู่ดี