การนอนแนวใหม่เทรนเพื่อสุขภาพ

การดูแลสุขจะไม่ใช่เพื่อแต่จินอาหารคลีนเพียงอย่างเดียวแล้ววันนี้เราจะมานำเสนอเคล็ดลับการนอนคลีนนอกจากการทานอาหารคลีนเพื่อสุขภาพแล้ว การนอนคลีนก็กำลังเป็นเทรนด์สุขภาพแบบใหม่ที่มาแรงเหมือนกัน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้นอนหลับอย่างสบายเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพและไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย และวันนี้เราก็มีเคล็ดลับการนอนคลีนแบบง่ายๆ มาแนะนำกัน จะมีวิธีไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย

นอนให้ได้ 9 ชั่วโมงต่อวันในแต่ละวัน คนเราควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้อย่างน้อย 9 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายได้มีการปรับสมดุลและซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอได้อย่างเต็มที่ และสามารถเพิ่มความกระชับ เต่งตึง ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้นอีกต่างหาก ดังนั้น สำหรับใครที่มักจะนอนน้อยหรือนอนดึกเกินไป รีบเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนของตัวเองด่วน

เลี่ยงการกินมื้อดึกการกินอาหารในมื้อดึก ไม่เพียงแต่ทำให้อ้วนเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกมากมายเลยทีเดียว ดังนั้น ควรเตือนตัวเองเสมอว่า ห้ามกินมื้อดึกเด็ดขาด ซึ่งหากรู้สึกหิวมากจริงๆ แนะนำให้ดื่มนมหรือดื่มน้ำมากๆ แทน

หลับสนิทด้วยโยคะนิทราอีกหนึ่งกระแสการนอนคลีนที่กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ก็คือ การเล่นโยคะก่อนนอนนั่นเอง โดยโยคะที่จะช่วยให้นอนหลับอย่างสบายที่สุด ก็คือ ท่าโยคะนิทรา เพราะเป็นท่าที่จะทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลายและสร้างสมาธิก่อนการหลับใหลได้เป็นอย่างดี ทีนี้แหละ แม้จะมีปัญหานอนไม่หลับหรือชอบสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อยแค่ไหน ปัญหาเหล่านั้นก็จะหมดไปแน่นอน

สร้างบรรยากาศที่ดีในห้องนอนห้องนอนที่มีบรรยากาศดี จะทำให้รู้สึกอยากนอนมากขึ้น และช่วยให้หลับสนิทตลอดคืน ดังนั้น จึงควรจัดห้องนอนให้มีบรรยากาศที่น่านอนอยู่เสมอ โดยเฉพาะการจัดห้องนอนให้สะอาด และมีอากาศถ่ายเทสะดวก ที่สำคัญคือการปิดไฟให้มืดมิด จะทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

ดูแลฝ่าเท้า บำบัดเครียดเพราะฝ่าเท้า เป็นจุดรวมของเส้นประสาทมากมาย การดูแลฝ่าเท้าก่อนนอน จึงสามารถลดความเครียดและทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี ซึ่งการดูแลฝ่าเท้าที่ดีที่สุด ก็คือให้แช่เท้าในน้ำอุ่นและนวดคลึงเบาๆ จะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้นด้วย ใครที่มักจะนอนไม่หลับ ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้เหมือนกัน

อยากมีสุขภาพดี พร้อมกับการนอนหลับที่สบายมากขึ้น ลองมานอนคลีนกันดูสิ กับเทรนด์การนอนเพื่อสุขภาพแบบใหม่ ที่ทำแล้วได้ผลจริง ซึ่งก็จะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน สาวๆ คนไหนที่รักสุขภาพ ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด

 

การเกิดดินเค็ม

หากคุณมีหน้าที่ในการทำงานเกี่ยวกับด้านการเกษตร อาจจะต้องเจอกับภาวะที่เกี่ยวกับดิน ซึ่งอาจจะทำให้การเกษตรของคุณไม่ราบรื่นมากนัก อย่างเช่นการเจอสภาพของดินเค็ม ดินเค็มหรือ Saline Soil เกิดจากดินที่มีปริมาณของเกลือที่ทำละลายอยู่ในสารละลายดินมากจนเกินไป จะทำให้พืชที่ปลูกอยู่ในดินเค็มเจอกับภาวะการขาดน้ำ และมีการสะสมอิออนที่ทำให้พืชเป็นพิษมากขึ้น ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของคุณตายเร็วขึ้นบางครั้งดินเค็มก็เกิดขึ้นได้ตามสภาพพื้นที่ตามภาคต่างๆของประเทศไทย โดยเฉพาะทางแถบที่มีพื้นที่ติดกับปากอ่าวที่เป็นน้ำเค็ม ก็มีสิทธิ์ที่จะต้องเจอกับสภาพของดินเค็มได้ แต่หากเป็นภาคกลาง เรามีโอกาสจะเจอกับดินเค็มที่มีผลกระทบมาจากพื้นที่ที่เป็นน้ำกร่อย ด้วยน้ำกร่อยที่ไหลไปใต้ดิน เมื่อน้ำใต้ดินไหลผ่านแหล่งเกลือและเข้าไปยังจุดที่เป็นดินปกติ ทำให้ดินโซนนั้นกลายเป็นดินเค็มได้

ส่วนสาเหตุการแพร่กระจายของดินเค็ม เนื่องจากว่า เกลือนั้นเป็นสารที่ทำละลายได้ดี ดังนั้นเมื่อเกลือโดนน้ำที่เป็นตัวนำสำคัญไปยังจุดต่างๆในพื้นที่ที่น้ำสามารถไหลเซาะเข้าไปทางใต้ดินได้เรื่อยๆ นั่นก็เลยกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ดินกลายเป็นดินเค็ม อีกทั้งยังแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วอีกด้วยครับ และยังมีสาเหตุอีกอย่างก็คือการผุกร่อนของหินที่มีการอมเกลืออยู่ เมื่อมันสลายตัว เกลือก็จะไปผสมปนอยู่กับน้ำที่ไหลผ่าน โดยอาจจะซึมลงไปใต้ดิน และระเหยขึ้นไปยังชั้นบนของหน้าดินได้ด้วยกระบวนการทางแสงอาทิตย์ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดดินเค็มได้และอีกแบบหนึ่งก็คือเกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่มีการริเริ่มการทำนาเกลือขึ้นมา นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดดินเค็มอีกเช่นกันต่อไปเราจะมาดูแนวทางการป้องกันปัญหาของดินเค็มกันว่ามีกระบวนการทำงานที่สามารถป้องกันได้โดยวิธีใดบ้างหากเป็นในด้านทางวิศวกรรม เราสามารถที่จะออกแบบแนวทางการป้องกันการไหลของน้ำใต้ดินให้เป็นไปในทางธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความสมดุลของธรรมชาติกับน้ำใต้ดินให้มากที่สุด เพื่อที่น้ำใต้ดินจะได้ไม่ไหลนำพาเกลือไปยังดินจุดต่างๆ ได้แต่หากเป็นในทางชีววิทยา เราสามารถทำการสร้างพื้นที่รับน้ำที่เป็นการปลูกไม้ยืนต้นที่มีรากลึกลงไป และมีอัตราการโตที่เร็วกว่าต้นไม้ทั่วไป เพื่อให้เกิดความสมดุลในการใช้น้ำและน้ำใต้ดิน สามารถช่วยลดการเกิดของดินเค็มได้ เพราะมีจุดนี้คอยดูดซับอยู่แทนนั่นเอง

การลดความเคลียดในเวลาทำงาน

ในระหว่างวันทำงาน หลายคนนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียด ไหนจะกับงานกองโตที่ต้องเร่งสะสาง ไหนบางคนอาจจะเจอปัญหาชีวิตที่รุมเร้ารอบด้าน ทำให้ชีวิตการทำงานในแต่ละวันผ่านไปอย่างน่าเบื่อหน่าย สำหรับใครที่ยิ่งทำงานนานๆ แล้วรู้สึกเครียดง่าย วันนี้เรามีวิธีบำบัดอาการเครียดจากระหว่างวันทำงานมาฝาก ต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกัน

กินของว่างที่มีประโยชน์เลือกกินขนมหรือของว่างที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ดาร์กช็อกโกแลตหรือผลไม้อบแห้ง เพราะจะช่วยสร้างความผ่อนคลาย สร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าในระหว่างวันทำงานได้ดีเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรกินมากเกินไป โดยเฉพาะใครที่เลือกกินขนมที่มีรสหวาน

น้ำผึ้งน้ำผึ้งรสชาติหอมหวานจากธรรมชาติ ใครเลยจะรู้ว่านอกจากจะอุดมไปด้วยแอนติไบโอติกและให้ความชุ่มชื้นได้ดีแล้ว การกินน้ำผึ้งยังช่วยผ่อนคลายความเครียดและลดความวิตกกังวลลงได้เป็นอย่างดีเช่นกัน ลองเติมน้ำผึ้งลงในชาสมุนไพรอุ่นๆ หรือผสมน้ำผึ้งกับนมหรือน้ำมะนาวจิบอุ่นๆ ในระหว่างวันทำงานก็จะช่วยสร้างความผ่อนคลายได้อย่างดีเยี่ยมสุดๆ เลยทีเดียว

จิบชาอุ่นๆการจิบชาอุ่นๆ ในระหว่างวันทำงานที่แสนเหนื่อยหนักจะช่วยสร้างความผ่อนคลายให้แก่ร่างกายและสมองได้เป็นอย่างดี แนะนำชาเขียวเลย เพราะชาเขียวมีสารที่จะช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่ร่างกาย และยังสร้างความผ่อนคลายไปพร้อมๆ กัน

หมากฝรั่งการเคี้ยวหมากฝรั่งจัดว่าเป็นตัวช่วยที่ดี เพราะการเคี้ยวหมากฝรั่งเพียง 2-3 นาที ก็จะช่วยลดความเครียด แก้อาการง่วงและลดความเหนื่อยล้าลงได้แล้ว

พักสายตา  ควรละสายตาออกห่างจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บ้าง เพื่อหันมองออกไปยังนอกหน้าต่าง หรือหันมองสิ่งข้างๆ รอบตัว อาจจะหาดอกไม้ในแจกันสวยๆ มาวางประดับหรือกระถางต้นไม้เล็กๆ ก็ได้ สีเขียวหรือดอกไม้จะสร้างความสดชื่นให้แก่สายตาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การลุกเดินขยับเคลื่อนไหวร่างกาย อาจจะเดินไปมารอบๆ โต๊ะทำงาน หรือยืดเส้นยืดสายบ่อยๆ ก็ยังเป็นการผ่อนคลายและลดความเครียดได้ดีเช่นกัน

ผ่อนคลายกล้ามเนื้อบ้างควรหาเวลามาผ่อนคลายกล้ามเนื้อบ้าง โดยการหมุนไหล่ นวดมือ นวดคอ เพื่อช่วยลดอาการปวดเมื่อยภายในร่างกายจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน นอกจากนี้ การทำสมาธิ โดยการนั่งนิ่งๆ หายใจเข้า-ออกลึกๆ กำหนดลมหายใจแบบช้าๆ ก็จะสามารถช่วยลดความเครียดและช่วยกระตุ้นสมองให้ปลอดโปร่งได้ดี

ตัวช่วยเหล่านี้ ล้วนเป็นวิธีลดความเครียดจากการทำงานได้เป็นอย่างดี อย่านั่งทำงานนานๆ จนทำให้ตัวเองเครียดเกินไป หาวิธีผ่อนคลายความเครียดลงบ้าง จะทำให้ชีวิตการทำงานมาพร้อมความสุขมากขึ้น

ต้นเหตุของโรคตาขี้เกียจ

ตาขี้เกียจหรือโรคตาขี้เกียจ โรคนี้เป็นโรคที่คนเป็นเยอะมากแต่คนที่จะรู้นั้นมีน้อยเกียวกับอาการทางตาที่มีอาการอ่อนเพลียของร่างกายที่ดูเหมือนจะได้รับการพักผ่อนน้อยแต่จริงๆแล้วปัญหามาจากความผิดปกติทางตาโรคตาขี้เกียจ ดูเหมือนจะเป็นชื่อที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมของดวงตาที่หลายคนคิดว่ามันอาจจะรู้สึกง่วงเหงาหาวนอน อยากหลับตลอดเวลา แต่จริงๆ แล้วโรคตาขี้เกียจที่ไม่ค่อยคุ้นหูคนไทย กลับเป็นสิ่งที่เราพบได้มากขึ้นทุกวัน เพราะการใช้สายตามากขึ้นจนทำให้ดวงตาเกิดอาการเมื่อยล้า เป็นอาการผิดปกติที่การปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงขั้นตาบอดกันได้เลยทีเดียว ดังนั้นลองมาเช็คลิสต์พฤติกรรมตัวเองกันสักนิดว่าเข้าข่ายเป็นโรคตาขี้เกียจหรือ Lazy Eye กันหรือไม่ จะได้ป้องกันตัวเองก่อนจะสายเกินแก้

โรคตาขี้เกียจ  Lazy eye หรือ Amblyopia เป็นอาการที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของดวงตา ลักษณะที่พบคือผู้ป่วยจะมีประสิทธิภาพในการมองภาพได้น้อยลง สายตาจะไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ความสัมพันธ์ระหว่างการเชื่อมต่อประสาทของดวงตากับสมองจะลดลง ในอดีตจะพบในเด็กเล็ก ซึ่งมาจากพัฒนาการตั้งแต่ในครรภ์ ทว่าในปัจจุบันพบได้ทั้งในเด็กเล็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ไปจนถึงในวัยผู้ใหญ่ หากไม่รีบทำการรักษาให้ถูกวิธี การปล่อยทิ้งเอาไว้นาน จะทำให้เกิดปัญหาตามัวมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดการมองเห็นจะถูกทำลายไปโดยถาวร

สาเหตุของการเกิดโรคตาขี้เกียจเนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นจากโรคตาขี้เกียจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากการสังเกตความผิดปกติภายในดวงตา แต่เราสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดูจากการเพ่งสายตามากกว่าปกติ มองในที่มืดไม่ค่อยชัด สาเหตุมาจากการทำงานอยู่กับหน้าจอเป็นเวลานาน สาวๆ อาจจะเผชิญกับโรคนี้กันมาตั้งแต่วัยเด็ก พอเข้าสู่วัยรุ่น ก็ยังมีพฤติกรรมใช้งานสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายติดต่อกันหลายชั่วโมงแบบไม่หยุดพัก แนวโน้มคือปัญหาสายตาสั้น การมองเห็นที่ผิดปกติ ยิ่งการใช้สายตาใกล้มากจนเกินไป ก็ยิ่งทำให้กล้ามเนื้อทั้งภายนอกและภายในลูกตาต้องทำงานอย่างหนัก เกิดอาการตาแห้ง และพร่ามัว กล้ามเนื้อลูกตาเกร็งตัวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

ดังนั้นสาวๆ อาจจะลองสังเกตสายตาตัวเองกันดูว่ามีอาการตาเข การทำงานของดวงตาทั้งสองข้างไม่ประสานกัน การมองเห็นไม่ชัดหรือไม่เท่ากัน สายตาสั้นหรือยาวเกินไป และการแปลผลของภาพที่ทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินชีวิตประจำวัน ก็อาจจะต้องเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาให้ตรงจุดโดยด่วนที่สุดจะดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้จนสายเกินแก้กันดีกว่า

อยากผอมรู้ไว้อาหารที่ไม่ควรกินก่อนนอน

ใคร หลายคนอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งก็ต้องเรียนรู้เอาไว้ว่าอาหารแบบไหนที่ควรกินเวลาไหนบ้าง และก่อนนอนนี่ก็คือ อาหารที่ใคร ไม่ควรกินมากที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงเข้าไว้เพื่อจะได้ไม่ทำร้ายหุ่นให้อ้วน และที่สำคัญยังไม่ทำลายสุขภาพอีกด้วย

เนื้อสัตว์ย่อยยากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองได้บอกเอาไว้ว่า หากต้องการปลุกร่างกายให้เกิดความตื่นตัว แนะนำให้ลดการกินแป้งลงโดยเน้นกินโปรตีนให้มากขึ้นแทน สภาพร่างกายที่แลดูเอื่อยเฉื่อยไม่สดใสก็จะกระปรี้กระเปร่าสดชื่นขึ้นมาทันทีโดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งคาเฟอีน ดังนั้น แนะนำให้กินโปรตีนแบบชง นมสด ไข่ต้ม ฯลฯ เป็นอาหารว่างยามบ่าย แต่อาหารเหล่านี้ไม่ควรกินตอนก่อนนอนอย่างเด็ดขาด ที่สำคัญไม่ควรกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์หนักๆ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก กินเพียงเล็กน้อยในมื้ออาหารเย็นก็ถือว่าพอแล้ว

พิซซ่าจะว่าไปแล้ว ก่อนนอนการกินโปรตีนมากเกินไปก็ไม่ดี และการกินแป้งก็ไม่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบสั่งพิซซ่ามากินรอบดึก เนื่องจากแป้งและไขมันที่มีปริมาณมากจากพิซซ่าไม่เพียงจะทำให้สาวๆ กินแล้วอ้วนง่ายเท่านั้น แต่ยังถือเป็นอาหารที่กินแล้วย่อยยากอีกด้วย เมื่อกินมื้อดึกก็จะทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องผูกหรือขับถ่ายยากตามมา เพราะฉะนั้น หากไม่อยากประสบปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อจนทำให้ไม่สบายตัวไปทั้งวันทั้งวัน ก็หลีกเลี่ยงการกินพิซซ่าก่อนนอนจะดีกว่า

ไอศกรีม ประกอบด้วยน้ำตาลและนมที่ทำให้เกิดรสชาติหวานอร่อย แต่การกินก่อนนอนบอกเลยนำมาซึ่งโทษมหันต์ เพราะนอกจากจะเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อระบบขับถ่ายแล้ว ไขมันและน้ำตาลจากไอศกรีมยังทำให้สาวๆ มีน้ำหนักตัวพุ่งปรี๊ดเร็วอีกด้วย เพราะในไอศกรีม 1 ถ้วยก็มีแคลอรีถึง 500-600 แคลอรีแล้วนั่นเอง เพราะฉะนั้น หากไม่อยากอ้วนหรือลดน้ำหนักไม่เป็นผลสำเร็จล่ะก็ บอกลาการกินไอศกรีมก่อนนอนเถอะ

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน นอกจากจะทำให้อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจทำงานเร็วในขณะนอนหลับ ทำให้เรานอนท่ามกลางอาการกระสับกระส่าย จนทำให้รู้สึกไม่สบายตัวแล้ว รู้หรือไม่คะว่าเครื่องดื่มเหล่านี้จะก่อให้เกิดไขมันสะสม ทำให้สาวๆ อ้วนขึ้นง่ายอีกด้วย และที่สำคัญการดื่มก่อนนอน บางคนถึงกับตื่นมามึนเบลอ สมองทำงานไม่รู้เรื่องได้เลยด้วยซ้ำหรือเกิดอาการแฮงก์นั่นเอง แถมยังก่อให้เกิดกลิ่นเหล้าติดหึ่งได้อีกต่างหาก เห็นหรือยังคะว่านี่คือ เครื่องดื่มที่ควรบอกลาก่อนนอนมากที่สุด และไม่เพียงแค่การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แต่เพียงเท่านั้น สำหรับเครื่องดื่มชา กาแฟและน้ำอัดลมก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะเป็นแหล่งของคาเฟอีนที่จะรบกวนการนอนหลับ แถมยังมีน้ำตาลที่จะทำให้หุ่นสาวๆ พังลงได้อีกด้วย อยากนอนหลับสบายและไม่อ้วนหรือต้องการลดน้ำหนักให้สำเร็จง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงกินอาหารเหล่านี้ก่อนนอนจะดีที่สุด

นักบินสหรัฐฯไล่ล่าวัตถุลึกลับจากนอกโลก

คุณจะเชื่อหรือไม่กับการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวที่ตามจินตนาการของเราแล้วคงไม่ต่างจากภาพยนตร์มากที่เอเลี่ยนหรือมนุษตร์ต่างดาวนั้นจะต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเราและคอยแอบมองเราอยู่นอกโลกเหมือนเราเฝ้ามองสัตว์เลี้ยงในคอกและแล้วหรือจินตการเราจะเป็นจริงเมื่อมีข่าวนักบินสหรัฐฯได้พบวัตถุต่างดาวกำลังบินอยู่บนอากาศคณะที่เขากำลังขับเครื่องบินและเขาก็ได้ตัดสินใจติดตามวัตถุสิ่งนั้นไปจนกล่องในเครื่องบินสามารถจับภาพได้จนเพนตากอนเผยภาพจากเครื่องขับไล่ กำลังบินไล่ตามวัตถุปริศนาที่คาดว่าเป็นยูเอฟโอ เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อปี 2547กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เปิดเผยคลิปวิดิโอที่ถูกบันทึกจากเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ F/A-18F กำลังตรวจจับไล่ล่าวัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้จากนอกโลก หรือ ยูเอฟโอ unidentified flying object: UFOขณะบินอยู่เหนือน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อปี 2547

โดยบนเครื่องบินเจ็ตขับไล่นี้ มีนักบินจากกองทัพเรือ 2 นาย คือ นาวาโทเดวิด ฟราเวอร์ และ เรือเอกจิม สเสท ทั้งคู่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า วัตถุดังกล่าวเคลื่อนที่เร็วมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เร็วกว่าเครื่องบินที่กำลังขับของเราเสียอีก และไม่ทราบว่ามันคือวัตถุอะไรกันแน่ และมีขนาดใกล้เคียงเครื่องบินโดยสาร

เป็นที่คาดกันว่า จากวิดีโอดังกล่าวนำมาซึ่งโครงการวิจัยการตรวจจับวัตถุปริศนาจากนอกโลก โดยเป็นหนึ่งในเหตุผลที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นำเงินงบประมาณ 22 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 714 ล้านบาท จากจำนวนทั้งหมดที่ได้ 600 พันล้านเหรียญสหรัฐ มาใช้ในโครงการพิสูจน์ทราบภัยคุกคามจากอากาศยานล้ำยุค ในระหว่างปี 2550 – 2555  ที่เป็นแนวคิดของแฮร์รี รีด อดีตสมาชิกวุฒิสภารัฐเนวาดา จากพรรคเดโมแครต เขาระบุว่า สามารถตรวจจับวัตถุบนอากาศที่บินด้วยความเร็วสูงหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีเสียงคัดคาดจากหลายฝ่าย ทั้งจากนักวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งที่ตรวจพบไม่ใช่สิ่งที่สามารถอธิบายได้ว่าสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกมีชีวิตอยู่จริง มีอดีตพนักงานของรัฐสภาคนหนึ่งกล่าวว่า โครงการนี้อาจถูกจัดตั้งเพื่อติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ แต่ประเด็นที่เป็นเสียงวิจารณ์กันหนักสุดคือ เรื่องงบประมาณที่สูงลิ่วที่ใช้เพื่อประโยชน์ของกระทรวงกลาโหม จนต้องปิดโครงการไปในที่สุดแฮร์รี รีด  กล่าวกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า เขาไม่รู้สึกอายหรือเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป เพราะได้ทำอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนแม้ว่าจะมีการปิดโครงการไปแล้วตั้งแต่ปี 2555 เจ้าหน้าที่บางส่วนอ้างว่า ยังคงมีการสืบสวนหาปรากฏการณ์ทางอากาศและวัตถุที่น่าสงสัยอยู่ต่อไป

ญี่ปุ่นเสนอราคารถไฟชินคันเซ็นในรัฐบาลไทย

ถือเป็นเรื่องกันมาอย่างยาวนานสำหรับโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทยโดยล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นนำเสนอรายงานโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ให้แก่รัฐมนตรีคมนาคมของไทย โดยมีมูลค่าก่อสร้าง 420,000 ล้านบาทซึ่งโครงการนี้ถูกเสนอมาพร้อมกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและประเทศอินเดียที่กำลังก่อสร้างอยู่เพื่อพัฒนาระบบขนส่งขั้นสูง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กรณีรัฐบาลญี่ปุ่นนำเสนอรายงานโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ให้แก่รัฐมนตรีคมนาคมของไทย โดยมีมูลค่าก่อสร้างถึง 420,000 ล้านบาท โดยมีการเปิดเผยค่าโดยสารอยู่ที่ราว 1,200 บาท

นายทาเคโอะ มาคิโนะ รัฐมนตรีขนส่งของญี่ปุ่นได้เข้าพบนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมนำเสนอรายงานผลการศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่ โดยมีระยะทาง 670 กม. 12 สถานี ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมงครึ่ง ทำความเร็วสูงสุด 300 กม.ต่อชั่วโมง

โดยหากรัฐบาลไทยจะทบทวนข้อเสนอจากญี่ปุ่น โดยจะประเมินความสามารถในการทำกำไรจากรถไฟสายนี้ รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโดยรอบ และจัดประชุมเพื่อหารือแผนดังกล่าว โดยใช้เวลาราว 3 เดือน หากเห็นชอบการก่อสร้างจะเริ่มต้นขึ้นในปี 2019 และระยะทางแรก 380 กม.จากกรุงเทพถึงพิษณุโลก รวมถึงเปิดให้บริการ ในปี 2025

ผลการศึกษาประเมินว่าค่าโดยสารตลอดสายอยู่ที่ราว 1,200 บาท กำหนดโดยคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น ค่าครองชีพ และการแข่งขันกับเที่ยวบินราคาประหยัด

สื่อในประเทศญี่ปุ่นให้ความเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้ว่า อุปสรรคสำคัญของโครงการนี้ก็คือรัฐบาลไทยอาจมองว่าราคาที่มีการเสนอนั้น แพงเกินไป จนไม่คุ้มค่ากับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จะได้รับ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นเสนอที่จะให้ความช่วยเหลือในรูปเงินกู้เพื่อการพัฒนาแบบดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งฝั่งไทยอาจมองว่า โครงการนี้จะเข้ามาสร้างภาระทางการเงินของประเทศมากขึ้น

หากรัฐบาลไทยอนุมัติการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงนี้ การก่อสร้างจะเริ่มขึ้นในเวลาเดียวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงในภาคตะวันตกของอินเดีย ที่ญี่ปุ่นรับผิดชอบก่อสร้างเช่นเดียวกัน โดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่นี้ ญี่ปุ่นเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อการพัฒนาให้เป็นแรงจูงใจ เพื่อแข่งขันกับจีน ที่ได้รับผิดชอบโครงการรถไฟความเร็วสูงเฟส 1 สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา มูลค่า 170,000 ล้านบาทไปแล้ว โดยมีการลงนามระหว่างรัฐบาลไทยและจีนไปเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งเส้น จากกรุงเทพฯถึงหนองคาย และเชื่อมต่อไปยังลาว ภายในปี 2021 โดยโครงการดังกล่าวไทยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไทยไฟเขียวก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ จะเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับรถไฟความเร็วสูงรูปแบบกระสุนปืนของญี่ปุ่นในประเทศอินเดีย ซึ่งจะก่อสร้างในภูมิภาคตะวันตกของแดนภารตะ ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในปี 2562

 

 

 

นาซา พบดาวเคราะห์ดวงที่ 8

เป็นก้าวสำคัญของการสำรวจนอกโลกขององค์การนาซาที่ล่าสุดนาซาค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 8 ใน ระบบดาวเคปเลอร์-90ซึ่งระบบดาวเคาะนี้มีความคล้ายคลึงกับระบบสุริยะจักรวาลที่โลกอาศัยอยู่ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ถึงการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิต  องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซา ค้นพบระบบสุริยะใหม่ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปภายนอกระบบสุริยะของโลก โดยระบบนี้มีดาวเคราะห์โคจรอยู่รอบดาวฤกษ์ 8 ดวง เท่ากับระบบสุริยะของโลกพอดี นับเป็นการค้นพบดาวเคราะห์ในระบบหนึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

นาซา ได้ประกาศว่า หลังจากทำงานร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของกูเกิล ในการค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ ล่าสุดได้มีการค้นพบ ดาวฤกษ์ที่มีชื่อว่า เคปเลอร์-90 อยู่ห่างจากระบบสุริยะจักรวาลออกไปราว 2,545 ปีแสง มีขนาดใหญ่และอุณหภูมิสูงกว่าดวงอาทิตย์ของเราเล็กน้อย ที่น่าสนใจที่สุดคือ ดาวเคปเลอร์-90 มีดาวเคราะห์เป็นบริวารทั้งสิ้น 8 ดวง เท่ากับดวงอาทิตย์ของเรา และดวงดาวเหล่านี้ยังเรียงตัวเป็นลำดับคล้ายระบบสุริยะจักรวาล อีกทั้งยังเป็นระบบดาวเคราะห์มีจำนวนดวงดาวมากที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ นอกเหนือจากระบบสุริยะจักรวาล โดยค้นพบข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์บนอวกาศเคปเลอร์ การค้นพบนี้ อาศัยข้อมูลที่รวบรวมจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ของนาซา พบว่าดาวฤกษ์อยู่ห่างจากโลก 2,545 ปีแสง แต่ระบบดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่โดยรอบ มีลักษณะการเรียงตัวใกล้เคียงกับในระบบสุริยะ   นายแอนดรูว์ แวนเดอร์เบิร์ก ผู้ค้นพบร่วมจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ในเมืองออสติน กล่าวว่า ระบบดาวเคปเลอร์-90 เปรียบเสมือนแบบจำลองขนาดเล็กของระบบสุริยะของเรา มีดาวเคราะห์ขนาดเล็กอยู่ด้านใน และดวงใหญ่อยู่รอบนอก แต่ทุกอย่างอยู่ใกล้กันมาก  ดาวที่โคจรอยู่ขอบนอกสุดในระบบดาวเคปเลอร์ มีระยะห่างประมาณระยะทางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์เท่านั้น ทำให้ดาวเคราะห์คล้ายโลกที่ชื่อเคปเลอร์-90i อยู่ใกล้ดาวฤกษ์มาก จนโคจรครบรอบทุก ๆ 14.4 วัน และมีอุณหภูมิสูงประมาณ 425 องศาเซลเซียส

ระบบ machine learning เคยถูกนำไปใช้เพื่อค้นหาดาวเคราะห์ขนาดเดียวกับโลก ที่ชื่อเคปเลอร์ 80g ซึ่งโคจรอยู่รอบดาวดวงอื่นมาแล้ว โดยในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา มีการบันทึกข้อมูลของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะแล้วประมาณ 3,500 ดวง

สำหรับดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายกับโลก มีชื่อว่า “เคปเลอร์-90ไอ” มีวงโคจรที่ใกล้กับดาวฤกษ์มาก โดยการหมุนรอบดาวฤกษ์ จะใช้เวลาทั้งสิ้นเพียง 14.4 วัน ในขณะที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ จะใช้เวลาเฉลี่ย 1 ปีเต็ม แต่สิ่งที่ดาวเคปเลอร์-90ไอ แตกต่างไปจากโลกก็คือ อุณหภูมิบนพื้นผิวซึ่งสูงถึง 425 องศาเซลเซียส

 

คฤหาสน์เก่ากลางเกาะ

พบคฤหาสน์เก่าแก่สมัยสงครามโลก ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่บนเกาะรกร้าง ทะเลแคริบเบียน แต่มีมูลค่าการขายสูงถึง 1.2 พันล้านบาท สำหรับเศรษฐีและนักธุรกิจหลายคนอาจจะคิดว่าน่าจะลงทุนเพราะ จำนวนเงินหนึ่งพันสองร้อยล้านบาทนอกจากจะได้ตัวบ้านแล้วต่างอากาศสวยหรูแล้วยังจะได้ครอบครองสิทธิ์ในเกาะแห่งนั้นไปด้วย จุดกำเนิดของคฤหาสน์เก่าแก่แห่งนี้ยังไม่แน่ชัดแต่คาดกันว่าจะถูกสร้างขึ้นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ของกองทัพนาซีของเยอรมัน สร้างไว้เพื่อเป็นที่พักของข้าราชการทหารระดับสูงเพื่อการพักผ่อน ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ๆสวยงามหากไม่นับรวมกับคฤหาสน์ที่เก่าแก่ แต่ยังสามารถปรับปรุงได้ที่สำครับเกาะนี้ถึงจะมีขนาดที่เล้กแต่มีทรัพยาการน้ำจืดถึงสามแห่ง สามารถเลี้ยงคนที่มาอยู่อาศัได้เป็นจำนวนมากเหมาะกับการเปิดสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งแบบส่วนตัวและลงทุนเปิดโรงแรมให้นักท่องเที่ยวได้พักแบบเห็นกำไรกันเลย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คฤหาสน์หลังเก่าที่ปล่อยรกร้างบนเกาะแห่งหนึ่งที่ประกอบไปด้วยหาดทรายขาว 14 แห่ง ประกาศขายในราคาราวๆ 1.2 พันล้านบาท กลายเป็นอสังหาริมทรัพย์ทีได้รับความสนใจจากหมู่คนมีฐานะ เพราะจะได้ครอบครองกรรมสิทธิ์ทั้งเกาะแห่งนี้

ภาพคฤหาสน์เก่าแก่ที่สร้างเอาไว้ตั้งแต่ปี 1938 ถูกปล่อยทิ้งรกร้างเอาไว้กลางเกาะแห่งหนึ่งในประเทศบาร์เบโดส ทะเลแคริบเบียน ปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยต้นปาล์มและวัชพืช หลังจากที่ไม่มีใครอยู่อาศัยบนเกาะแห่งนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีเพียงคฤหาสน์หลังนี้เพียงหลังเดียวเท่านั้น

เกาะที่มีพื้นที่รอบๆ 8,000 ตารางฟุต พร้อมกับแหล่งน้ำจืด 3 แห่งที่เพียงพอต่อการบริโภคอุปโภค แต่บนเกาะแห่งนี้ไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ภูมิทัศน์ที่เงียบสงบและสภาพอากาศเหมาะแก่การพักผ่อน ทำให้คฤหาสน์หลังนี้และเกาะทั้งเกาะถูกตั้งราคาขายเอาไว้ที่ 39 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 1.2 พันล้านบาท

ตามรายงานระบุว่า เกาะแห่งนี้ในอดีตเคยเป็นที่พักพิงให้กับกองทัพนาซีของเยอรมันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยคฤหาสน์ดังกล่าวเป็นที่พักแรมของเหล่านายพล กระทั่งสิ้นสุดสงครามลงไป สิ่งปลูกสร้างและพื้นที่ต่างๆ บนเกาะก็ถูกทิ้งรกร้างเอาไว้ ไม่มีการพัฒนาพื้นที่ใดๆ กลายเป็นเกาะที่มีคฤหาสน์แต่ไม่มีคนอยู่อาศัย

ทั้งนี้ สำหรับเกาะแห่งนี้เหมาะสำหรับเศรษฐีระดับโลกที่หวังจะมองหาที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือสะสมอสังหาริมทรัพย์ส่วนตัว เพราะต้องเดินทางมาด้วยเรือหรือเครื่องบินทะเลเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่สามารถปรับให้เป็นสนามบินและรันเวย์ เพื่อรองรับเครื่องบินส่วนตัวได้ แม้ว่าราคาจะค่อนข้างสูง แต่ก็ดูเหมือนจะมีเศรษฐีบางรายให้ความสนใจจับจ้องอยู่เช่นกัน

 

สิ่งมีชีวิตที่แก่ที่สุด ฉลาม อายุ 500ปี

ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจมาเนื่องจากที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ ฉลามขั้วโลก ที่เชื่อว่าน่าจะมีชีวิตมานานถึง 500 ปีแล้ว และอาจจะเป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังอายุแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบเจอมา เพราะอายุ 500 ปี หากเทียบกับยุคสมัยของบ้านเราแล้วปลาฉลามตัวนี้มีใช้ชีวิตมาตั้งแต่ยุตคต้นของอยุธยาเลยก็ว่าได้และหากพุดคุยสือสารกันได้เราคงจะรู้ประติศาสตร์ได้จากปลาฉลามตัวนี้ ซึ่งปลาฉลามชนิดนี้เป็นสายพันธุ์ ฉลามกรีนแลนด์ และนักวิทยาศาสตร์เริ่มให้ความสำครับกับปลาสายพันนี้มากขึ้นและล่าสุดได้มีผลวิจัยออกมาว่า ปลาฉลามกรีนแลนด์ มีอายุตาธรรมชาติ 150 ปีขึ้นไป เพราะเหตุนี้ทำให้ตัวของมันเจริญเติบโตได้ช้าโดยที่เฉลี่ยอยู่ที่ 1 เซนติเมตรต่อปี และปลาฉลามที่พวกค้นพบนั้นจะต้องรอการตรวจที่แน่ชัดโดยนักวิทยาศาสตร์ตั้งเป้าหมายจะรู้ให้ได้ว่าปลาฉลาม กรีนแลนดืจะมีอายุถึง 1000ปีหรือเปล่า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ค้นพบและถ่ายภาพของฉลามสายพันธุ์ดึกดำบรรพ์ ที่อายุไม่ต่ำกว่า 500 ปี และยังคงมีชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเลลึก โดยเชื่อว่าการค้นพบครั้งนี้ได้พบเจอกับสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังอายุมากที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกเอาไว้

ตามรายงานระบุว่า นักวิทยาศาสตร์ที่ออกสำรวจท้องถิ่นบริเวณทางเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้กับเกาะกรีนแลนด์และขั้วโลกเหนือ ประสบความสำเร็จหลังจากที่ได้พบกับฉลามโบราณตัวหนึ่ง ที่น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 500 ปี โดยเชื่อว่าน่าจะเกิดและใช้ชีวิตมาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1505 นับเป็นการค้นพบสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังที่อายุยืนยาวที่สุดในโลก

ฉลามตัวดังกล่าวถูกเรียกว่า ฉลามกรีนแลนด์ หรือ ฉลามขั้วโลก มีรูปร่างลักษณะที่ค่อนข้างอัปลักษณ์ ไม่เหมือนกับฉลามทั่วๆ ไป เป็นสัตว์ที่เคลื่อนที่ได้ช้าๆ ทำให้มีการเจริญเติบโตได้ช้าเช่นเดียวกัน จากข้อมูลพบว่าฉลามประเภทนี้ลำตัวจะยืดยาวออกเพียงปีละ 1 เซนติเมตรเท่านั้น และจะยังไม่เข้าสู่กระบวนการสืบพันธุ์ กระทั่งฉลามประเภทนี้จะมีอายุราวๆ 150 ปีขึ้นไป

ฉลามขั้วโลก มักอาศัยอยู่ใต้ทะเลน้ำลึก บริเวณน้ำทะเลเย็นที่มีน้ำแข็งปกคลุม โดยจะหากินปลาที่เล็กกว่า รวมที่ซากสัตว์ที่ตาย เนื่องจากฉลามขั้วโลกนั้นมีวิสัยในการจู่โจมค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะดวงตาที่คล้ายกับว่าเป็นโรคต้อตาทำนองนั้น

ทั้งนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มศึกษาถึงห่วงโซ่ชีวิตของฉลามประเภทนี้ หลังพบว่าข้อมูลว่ามีอายุไขโดยเฉลี่ยราวๆ 272 – 300 ปี แต่การค้นพบฉลามขั้วโลกตัวล่าสุุดนี้ อาจจะขยายสถิติเพราะมันอาจจะใช้ชีวิตมายืนยาวนานกว่า 500 ปีแล้ว