แก้อาการหลับใน

หนึ่งในสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็คือ คนขับมีอาการหลับใน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่คนแห่แหนกันไปท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน คนขับที่เที่ยวจนพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมยังมาเจอรถติด ๆ ในเส้นทางไกล ๆ อีก อาการเหนื่อยเพลียก็ทำมีอาการหลับในได้ง่าย ๆ อาการหลับในนี่อันตรายมาก เพราะนั่นหมายความว่าสมองภายในของคุณจะหลับไปแวบหนึ่ง โดยที่สังเกตจากภายนอกไม่ได้เลย คนที่หลับในจะเหมือนกับกลายเป็นคนหูหนวก ตาบอด หมาดสติไปชั่วครู่ แถมเรายังบังคับตัวเองไม่ให้หลับในไม่ได้เลยด้วย เพราะเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเองกับคนที่ง่วงนอนมาก ๆ ซึ่งถ้าเผลอหลับในเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็นานพอที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุจนต้องสูญเสียชีวิตได้แล้ว ฟังดูน่ากลัวแบบนี้แล้ว แต่ถ้าเราจับสังเกตอาการหลับในได้ และเตรียมตัวป้องกันให้พร้อม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้นกับตัวเราได้ กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีจับสัญญาณอาการหลับใน พร้อมทั้งวิธีแก้ง่วง และป้องกันอาการหลับใน เพิ่มความปลอดภัยให้ทริปการท่องเที่ยวของคุณ ดังนี้เลย

อาการหลับในสังเกตได้จาก คนที่พักผ่อนไม่เพียงพออันจะทำให้สมองหลับในไปชั่วครู่นั้น ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ จะหลับในไปเลย แต่จะมีสัญญาณบางอย่างที่บอกให้รู้ เช่นหาวบ่อย และต่อเนื่องใจลอย ไม่มีสมาธิ  รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา รู้สึกหนักหนังตา ลืมตาไม่ขึ้น ตาปรือ มองเห็นภาพไม่ชัด รู้สึกมึนหนักศีรษะ ขับรถส่ายไปมาหรือออกนอกเส้นทางมองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร และนอกจากวิธีแก้ไขอาการหลับในระหว่างเดินทางแล้ว ก่อนออกเดินทางก็สำคัญมาก เพราะถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อม วางแผนให้ดี ก็จะไม่เจอกับอาการหลับในอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางกลับจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้เลยนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง อย่างน้อย 2 คืนขึ้นไปก่อนวันเดินทางกลับ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล เพราะหากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง การอดนอนจะทำให้สมองทำงานช้าลง และสมองยังต้องการการนอนชดเชยชั่วโมงที่สูญเสียไป ทำให้มีอาการง่วง วูบหลับสั้น ๆ ระหว่างขับรถได้ทานอาหารแต่พอดี โดยต้องทานมื้อเช้า เพราะมีความสำคัญต่อสมรรถภาพการทำงานของสมองมากที่สุด ส่วนในมื้อเที่ยงหรือบ่ายนั้น อย่าทานอิ่มจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงได้ง่ายขึ้นจิบน้ำตลอดทั้งวัน อย่าให้ขาดน้ำ เพราะการขาดน้ำจะทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ ปากแห้ง คอแห้ง อ่อนเพลีย สมาธิสั้น ทำให้เหนื่อยล้าได้ง่าย หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นคืนวันก่อนเดินทางกลับ หรือขณะขับรถอยู่ก็ตาม หาเพื่อนร่วมทางไปด้วย การพูดคุยกับคนอื่นจะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานเพิ่มขึ้น  ไม่ควรขับรถในเวลา 24.00-07.00 น. และในช่วง 14.00 น. ถ้าเป็นไปได้ เพราะเป็นช่วงเวลาอันตรายที่คนเรามักจะหลับในมากที่สุด

แคลเซียมบำรุงกระดูกได้อย่างไร

โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่มวลกระดูกมีการลดลงไป ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม ทำให้โครงสร้างของกระดูกอ่อนแอลงและแตกหักได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณกระดูกสันหลัง กระดูกสะโพก และกระดูกข้อมือ ซึ่งโรคนี้น่ากลัวตรงที่ไม่มีอาการเตือน ต้องเป็นแล้วถึงรู้ แล้วถ้าเป็นจะกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมาก เช่น ทำให้บุคลิกภาพบางอย่างเปลี่ยนแปลง เกิดอาการปวดหลัง กระดูกหลังยุบตัวลง หลังค่อม ตัวเตี้ยลง กระดูกแขน ขา เปราะและหัก หรือบางรายอาจมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก กระดูกสันหลัง ร้ายแรงถึงขั้นทำให้พิการ เดินไม่ได้อีกเลย  มาถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยแล้วว่า มีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้เรามาถึงจุดของโรคกระดูกพรุน บอกตรงนี้เลยค่ะว่ามีหลายปัจจัยเหลือเกิน ทั้งนิสัยขี้เกียจออกกำลังกาย พฤติกรรมสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ การพร่อง หรือขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งฮอร์โมนเพศหญิงนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการรักษาสมดุลความแข็งแรงของกระดูก โดยปกติคนเราจะมีอัตราการสลายตัวของกระดูกหลังอายุ 30 อยู่ที่ปีละ 0.3%-0.5% แต่ผู้หญิงที่กำลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนนั้นอัตราการสลายตัวของกระดูกจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติถึง 10 เท่า ทำให้เนื้อกระดูกลดลงเร็วจนน่าใจหาย ยิ่งถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย ก็เหมือนยิ่งเร่งให้กระดูกมีความบอบบาง และแตกหักได้ง่ายมากกว่าคนอื่นเลยทีเดียว  แต่ถ้าต้องการให้แคลเซียมที่ทานเข้าไปบำรุงกระดูกได้จริง ๆ เราแนะนำให้ทานแคลเซียมในรูปแบบแคปซูลนิ่ม ที่มีสารสกัดไอโซฟลาโวนจากจมูกถั่วเหลืองด้วยค่ะ เพราะมีการศึกษาพบว่า สารสกัดจากจมูกถั่วเหลืองเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติที่อุดมไปด้วย ไอโซฟลาโวน ในปริมาณที่สูงมาก และไอโซฟลาโวนนี่เองที่เป็นเกราะป้องกันโรคกระดูกพรุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนประกอบจากจมูกถั่วเหลือง เพื่อให้ได้รับไอโซฟลาโวนสกัดเข้มข้นมากกว่าการแนะนำให้รับประทานถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียว แล้วไอโซฟลาโวนในจมูกถั่วเหลืองก็ไม่ได้มีทีเด็ดแค่ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนนะคะ แต่ยังมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือด ป้องกันโรคหัวใจ และช่วยลดอาการร้อนวูบวาบในหญิงวัยทองได้อีกต่างหากและหากกำลังมองหาแคลเซียมที่มีสารไอโซฟลาโวนจากจมูกถั่วเหลืองอยู่ละก็ “แคลเซียม ดี วิท ซอย เจิร์มจะช่วยตอบโจทย์ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ ด้วยพลังแห่งคุณค่าจากจมูกถั่วเหลืองเพื่อกระดูกที่แข็งแรงทุกวัน โดยใน 1 แคปซูลอัดแน่นไปด้วยสารอาหารมากมาย ทั้งจมูกถั่วเหลืองที่มีปริมาณไอโซฟลาโวนสูง, แคลเซียม, วิตามินดี 3, แมกนีเซียม, ซิงค์, คอปเปอร์ และแมงกานีส ที่มีความสำคัญต่อการบำรุงกระดูกได้อย่างทันที เรียกว่าเป็นสูตรครบถ้วนที่ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ในเม็ดเดียว

วิธีบอกลาขนรักแร้

วิธีทําให้รักแร้ไม่มีขน สาว ๆ ที่เบื่อกับการต้องมานั่งถอนขนโกนขนรักแร้บ่อย ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมมี วิธีกําจัดขนรักแร้ถาวร มาฝากกันแล้วเชื่อว่าปัญหาเรื่องใต้วงแขนของสาว ๆ นอกจากรักแร้ดำ เป็นหนังไก่แล้ว ร้อยทั้งร้อยหลายคนคงจะเบื่อหน่ายกับการที่ต้องมานั่งถอนขนโกนขนรักแร้ ๆ บ่อย ๆ กันอย่างแน่นอน ที่สำคัญการถอนขนหรือโกนขนรักแร้นี่แหละ ถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้รักแร้ดำและเป็นหนังไก่ได้ง่าย ๆ รู้อย่างนี้แล้วสาว ๆ คงคิดอยากจะกำจัดขนรักแร้ไปให้สิ้นซากกันเลยใช่ไหมจะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยกำจัดขนรักแร้ได้แบบถาวร ไม่ต้องกังวลว่าขนรักแร้จะขึ้้นมาอีกให้กวนใจ วันนี้กระปุกดอทคอมมีวิธีกําจัดขนรักแร้แบบถาวรมาให้สาว ๆ ได้ศึกษากันแล้ว  สำหรับวิธีกำจัดขนรักแร้แบบถาวรนั้น วิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดก็คือการทำ เลเซอร์กําจัดขนรักแร้ โดยการทำเลเซอร์นี้ก็คือการยิงพลังงานไปยังรูขุมขนชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อให้รากขนฝ่อ ซึ่งการยิงเลเซอร์แต่ละครั้งจะทำให้เส้นขนมีอัตราการงอกที่ช้าลง และบางลงเรื่อย ๆ เมื่อยิงเลเซอร์อย่างต่อเนื่องประมาณ 5-6 ครั้ง ขนรักแร้ก็จะหยุดงอกและไม่เจริญเติบโตขึ้นมาอีก นอกจากนี้การยิงเลเซอร์ยังมีความปลอดภัยสูง และไม่เป็นอันตายต่อผิวหนัง ดังนั้นจึงเป็นวิธีกำจัดขนรักแร้แบบถาวรที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันทั้งนี้เลเซอร์ที่ใช้ก็จะแบ่งออกเป็นหลายชนิด ซึ่งจะมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น ไอพีแอล เลเซอร์ที่ใช้แสงความเข้มสูง หลัก ๆ จะใช้รักษาพวกรอยดำรอยแดง แต่ก็สามารถทำลายรากขนได้ และเหมาะกับคนผิวขาวมากกว่าผิวคล้ำ, ไดโอดเลเซอร์ เหมาะสำหรับใช้กำจัดขนโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมีระบบความเย็นที่หัวเลเซอร์ ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิที่ผิวชั้นบน ทำให้รู้สึกสบายผิวและไม่รู้สึกเจ็บ และเลเซอร์แบบ Yag ที่สามารถกำจัดขนรักแร้ของคนได้ทุกสภาพสีผิว และเหมาะกับคนผิวคล้ำ เป็นต้น แต่ทั้งนี้เลเซอร์ชนิดไหนจะเหมาะกับใครบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะกับคนนั้นเป็นราย ๆ ไป โดยจะคำนึงถึงสภาพผิว และลักษณะของเส้นขนของแต่ละคนเป็นหลักนั่นเอง  สำหรับผลลัพธ์ของการกำจัดขนรักแร้แบบถาวรด้วยการยิงเลเซอร์ ถึงแม้จะช่วยกำจัดขนรักแร้ได้แบบถาวร และรวดเร็ว แต่ก็ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกันสาว ๆ ซึ่งการยิงเลเซอร์ในแต่ละครั้งนั้น จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณหลักพันบาทขึ้นไป และต้องทำอย่างต่อเนื่องทุก ๆ 4-6 สัปดาห์ ซึ่งบางรายกว่าจะจบครอสก็อาจต้องใช้เงินถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว

การหายใจให้มีความสุข

ในร่างกายของเรานั้นมีการไหลเวียนของรับบธาตุทั้งสี่นั้นคือดิน,น้ำ,ลม,ไฟ ในการเป็นอยู่ของชีวิตและสิ่งที่สำคัญอย่างเห็นได้ชัดนั้นคืออากาศหรือลมที่เราหายใจเข้าไปซึ่งทางร่างกายแล้วลมหายใจที่เราสูดอากาศเข้าไปแต่ละครั้งจะไปปรับร่างกายของเราให้สมดุลมากขึ้นและจะทำให้เรารู้สึกดีไปชั่วคณะซึ่งได้มีแพทย์และนักวิจัยหลายท่านออกมาวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องของการหายใจหลายท่านรวมไปถึงอาจารย์ ดร.ธรรมวัฒน์ อุปสงษาพัฒน์ อาจารย์ประจำภาควิชาสุขศึกษา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ผู้เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิตบำบัดทางการแพทย์และจิตวิทยาให้คำปรึกษา รวมทั้งเป็นหนึ่งในสมาชิกสมาคมการสั่งจิตบำบัดทางการแพทย์ และทันตกรรมนานาชาติสหรัฐอเมริกา IMDHA อธิบายว่าในทางการแพทย์พบว่า หากอยากมีอายุยืนยาวแข็งแรง และมีความสุข ให้กระตุ้นระบบประสาทส่วนพาราซิมพาเทติก PNS หรือประสารทส่วนผ่อนคลายเป็นหลัก เพราะระบบประสาทส่วนนี้จะช่วยปลดปล่อยฮอร์โมนดี ได้แก่ เอนดอร์ฟิน เซโรโทนิน ออกซิโทซิน โกร๊ธฮอร์โมน โดพามีน ซึ่งฮอร์โมนทั้งหมดมีผลให้ร่างกายผ่อนคลาย มีความสุข เยียวยาอาการเจ็บปวดแล้วให้ใช้ประสาทส่วนซิมพาเทติก SNS หรือประสาทส่วนเร่งเร้าเพียงอ่อนๆ พอมีชีวิตชีวาเป็นบางครั้งคราว เมื่อยามภัยคุกคามเข้ามาเท่านั้น เพราะประสาทฝั่งเร่งเร้านำมาซึ่งสารแห่งความทุกข์มากมาย เช่น คอร์ติซอล อะดรีนาลิน แลกเทต เป็นต้น จึงพูดได้ว่า ระบบประสาทส่วนพาราซิมพาเทติกเป็นระบบประสาทแห่งความสุข ส่วนประสาทส่วนซิมพาเทติกเป็นระบบประสาทแห่งความทุกข์ซึ่งอาจารย์ ดร.ธรรมวัฒน์มีวิธีการง่ายๆ ที่จะช่วยกระตุ้นร่างกายให้หลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา เยียวยาฟื้นฟูร่างกายและจิตใจดังนี้

  • หายใจเข้าลึกจนท้องป่อง แล้วหายใจออกให้ยาวจนรู้สึกสบาย 10 ครั้ง วิธีนี้ไม่เพียงกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกเท่านั้น ยังช่วยปรับคลื่นสมองให้อยู่ในโหมดคลื่นอัลฟ่าด้วย ซึ่งช่วยส่งเสริมความจำ การคิด การมองโลกในแง่ดี คุณจะสงบเร็วขึ้น มีสติ ตัดสินใจแก้ไขปัญหาและสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดีขึ้น
  • การเคาะตามแนวเส้นเมอริเดียนหรือจุดรวมประสาทของร่างกาย เช่น การเคาะที่ศีรษะ ใบหน้า และหู จะช่วยกระตุ้นระบบประสาท ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

โดยคุณหมอกฤตชญากล่าวเสริมถึงคุณประโยชน์ของการฝึกลมหายใจว่า Breathing Exercise หรือการฝึกลมหายใจเข้าลึกออกยาว ช่วยคลายเครียดได้ตั้งแต่คนที่ยังไม่เป็นโรคเครียด ไปจนถึงคนที่มีภาวะเครียดซึมเศร้า หรือวิตกกังวล ทำให้จิตใจผ่อนคลาย ได้พักจากความคิดบางอย่างที่วนเวียนอยู่ในหัว แล้วกลับมาอยู่กับร่างกายของตัวเอง

 

ผลของการร้องไห้

มนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาย่อมมีอารมณ์ความรู้สึกด้วยกันทั้งนั้น เพราะมีหลายปรัชญากล่าวว่าชีวิตเกิดมาพร้อมกับความเจ็บปวดทั้งทางกายและทางใจ และในชีวิตมนุษย์ที่เกิดมามีความทุกข์มากกว่าความสุขไม่ว่าจะเป็นใครจะรวยหรือจนซึ่งท่านที่อ่านน่าจะรู้ดี แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ว่า ถ้าเราติดอยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งนานเกินไป หรืออารมณ์เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอารมณ์โกรธ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาถ้าเราโกรธเป็นประจำจะส่งผลให้ลมปราณตับและถุงน้ำดีผลักดันเลือด และลมปราณวิ่งย้อนขึ้นด้านบน ทำให้อาเจียนเป็นเลือด แน่นหน้าอก ถอนหายใจบ่อยหรือรู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ เบื่ออาหาร ปวดหัวแบบแน่นๆ ตึงๆ บางรายที่อาการหนัก อาจถึงขั้นเป็นลมหมดสติหากลมปราณตับไปกดการทำงานของม้าม อาจทำให้มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย  ในสตรีประจำเดือนอาจผิดปกติ มาช้าบ้าง เร็วบ้าง ไม่สม่ำเสมอบ้าง และปวดประจำเดือนมีคำกล่าวเกี่ยวกับความโกรธที่พบเห็นบ่อยๆ เช่น คำว่า โกรธจนหน้าเขียวอธิบายได้จากทฤษฎีปัญจธาตุว่า อารมณ์โกรธส่งผลต่ออวัยวะตับ ม้าม สามารถแสดงออกที่ตา โดยทำให้มีอาการคันตา เคืองตา ตาแห้ง ต้องหยอดน้ำตาเทียมเป็นประจำรวมถึงคำว่า เครียดลงกระเพาอาหาร ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยในนักศึกษาแพทย์จีนช่วงสอบที่มีความกดดันสูง บางคนมีอาการท้องเสียก่อนเข้าห้องสอบ หรือแม้กระทั่งมีอาการอาเจียนร่วมด้วย เนื่องจากลมปราณของกระเพาะอาหารติดขัด ม้ามพร่อง ทำให้เกิดอาการดังกล่าวสำหรับวิธีจัดการอารมณ์โกรธตามหลักแพทย์แผนจีนคือ ก่อนอื่นเราต้องมีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง กำหนดรู้ในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเราอาจจะใช้อารมณ์หนึ่งมาควบคุมอีกอารมณ์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้น เช่น ขณะที่เรากำลังโกรธโมโหสุนัขเร่ร่อนที่มาขโมยอาหารในบ้านไปกิน ก็ให้เรานึกถึงความเศร้าโศกเสียใจในอดีต เช่น เมื่อก่อนเราเคยถูกป้าข้างบ้านวิ่งไล่ตี ขณะปีนไปเก็บมะม่วงในสวนข้างบ้านด้วยความอยากกิน และคึกคะนองคิดเสียว่าสุนัขตัวดังกล่าวก็คงไม่ต่างจากเราในอดีต อาจช่วยให้รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คิดโกรธแค้นสุนัขตัวดังกล่าวอีกเนื่องจากอารมณ์เศร้าโศกเสียใจสามารถข่มอารมณ์โกรธให้ดับลงได้ โดยอาจจะร้องไห้ออกมาภายหลังจากที่อารมณ์โกรธสงบลงตามความสัมพันธ์ในทฤษฎีปัญจธาตุนอกจากนี้เราควรหลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด เผ็ดจัด ของมัน ของทอด โดยอาจจะเลือกกินอาหารที่มีรสเปรี้ยว เพื่อระบายลมปราณตับที่ติดขัดให้ดีขึ้นเป็นวิธีดับโกรธง่ายๆ ที่ช่วยให้สุขภาพจิตเราดีขึ้น แต่ทางที่ดีอย่าโกรธเลยจะดีกว่า

แก้ปัญหาของสาวโสด

มนุษย์เราก็ต้องมีเหตุให้เบื่อและเซ็งชีวิตกันบ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ทั้งนั้น และคนที่อยู่รอดได้ ไม่ใช่คนที่แข็งแรงที่สุด ฉลาดที่สุด แต่เป็นคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดีกว่าเมื่อเกิดปัญหา เกิดความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ เป็นทุกข์ หากต้องการอยู่รอด เราจำเป็นต้องรับมือ ต่อสู้ และปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เมื่อเกิดความทุกข์ ทำอย่างไรจึงจะอยู่รอดอย่างมีความสุขได้ มีคำแนะนำที่ทำได้ง่ายๆ แค่ 4 ข้อเท่านั้น

  • คุณต้องมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับอุปสรรคของชีวิตกำลังใจมาจากความคิดด้านบวก หากเราคิดแต่ด้านลบว่า พี่น้องสามคนป่วยกันหมด มีแต่ภาระ ไหนจะทำงาน ไหนจะดูแลแม่ที่เป็นอัลไซเมอร์ โรคก็ไม่หาย แถมยังหมดกำลังใจหากคิดด้านบวก โชคดีแค่ไหนที่เรามีพี่น้อง มีแม่อยู่ใกล้ชิด ได้ปรึกษาหารือ พูดคุยคอยดูแลซึ่งกันและกัน มีที่ปรับทุกข์ แถมการเป็นโสดก็ทำให้ไม่มีภาระ เป็นอิสระ คิดเสียว่าโรคที่เราเป็น ใครๆ ก็เป็นได้ พี่สองคนก็ป่วยไปตามวัยเป็นธรรมดา เพราะเป็นโรคจากความเสื่อม ส่วนแม่อายุมากก็ต้องหลงลืม แถมทุกคนยังช่วยเหลือตนเองได้บางบ้านแย่กว่าเรานัก เช่น บ้านหนึ่งภรรยาเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย สามีปอกลอกจนหมดตัว เอาเงินไปอยู่กับเมียใหม่ ลูกเต้าก็ไม่มีใครดูแล ไร้คนใกล้ชิด พ่อกับลูกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหมด เหลือเพียงแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็งอยู่คนเดียว ส่วนอีกรายพ่อป่วยเป็นโรคหัวใจนอนไอซียู มีแม่เป็นอัมพาตช่วยตนเองไม่ได้ นอนอยู่บ้าน ลูกพิการ ต้องเฝ้าดูแลทั้งสองคน เป็นต้น และเมื่อตัดสินใจว่าจะสู้ ต้องคิดหาวิธีฟื้นฟูกำลังใจโดยด่วน
  • ฟื้นฟูกำลังใจ วิธีฟื้นฟูกำลังใจของหมอคือ หาหนังสือมาอ่าน ทั้งหนังสือธรรมะ หนังสือเคล็ดลับเอาชนะทุกข์ หนังสือฟื้นฟูพลังภาย หนังสือที่อ่านบ่อยๆ ได้แก่ วิธีชนะทุกข์และสร้างสุข ของ เดล คาร์เนกี ตอนนั้นหมอได้ปฏิบัติตามหนังสือ สะกดจิตตนเองใช้เทคนิคคลายเครียด ใช้จินตนาการ ใช้การผ่อนคลาย ฯลฯ
  • คุณต้องมีสติในการรับมือกับความเครียด สุขง่าย ทุกข์ยาก มีความสุขสงบในใจ ปลงได้ง่าย แต่การจะเป็นเช่นนั้นได้คุณต้องอยู่กับปัจจุบัน ไม่คิดถึงอดีตที่ผ่านไปแล้ว ไม่กังวลถึงอนาคต ซึ่งยังมาไม่ถึง เชื่อว่าสรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป หลายคนหันเข้าหาศาสนา ศึกษาธรรมะ สวดมนต์ นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจ เดินจงกรมหรือวิธีอื่นๆ ที่ถูกกับอุปนิสัยของตนเอง หากไม่สามารถระงับความฟุ้งซ่านได้ ควรพบจิตแพทย์
  • ดูแลสุขภาพกายของตนเอง และคนในครอบครัวสุขภาพกายที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานของสุขภาพใจที่แข็งแกร่ง เมื่อมีโรคต้องศึกษาหาความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคที่เป็นและการดูแลตนเอง อย่าเชื่อความรู้ที่ผิด ควรพบแพทย์ตามนัด ดูแลให้โรคสงบ หรือทำให้ชีวิตไม่เดือดร้อนจนเกินไปนัก กินอาหารเป็นยา กินอาหารสดสะอาด หลากหลายครบหมู่ เลี่ยงของหมักดอง ของปิ้งย่าง กินผักผลไม้ทุกวัน ออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ และพบแพทย์ตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

 

คิวอาร์โค้ดสิ่งที่ยืนยันตัวตน

ปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างมาก สิ่งที่ตามติดเหมือนดังเงาก็คือปัญหาสุขภาพในประชากรดังกล่าว หนึ่งในนั้นอาจมีภาวะสมองเสื่อม ทำให้เสี่ยงต่อการหลงทางเวลาเดินทางออกนอกบ้าน ถึงกระนั้นเทคโนโลยีก็ได้ให้ทางแก้ปัญหาไว้แล้ว ดังกรณีเมืองอิรุมะ จังหวัดไซตะมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีประชากรสูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมถึง 7.6% ซึ่งการคิดค้นเทคโนโลยีที่ใช้ยืนยันตัวตนที่ติดตัวแทนบัตรประชาชนที่แน่นอนว่าคนที่ชอบลืมจะมีโอกาศสูงมากที่ลืมหยิบติดตัวไปด้วยแน่ๆ และก่อนหน้านี้การใช้ คิวอาร์โค้ด กำลังเป็นที่นิยมในการฝั่งไว้ในตัวสัตว์เลี้ยงที่หายหรือแม้แต่ในฟาร์มปศุสัตว์ที่จะแยกหรือระบุสายพันธุ์ของสัตว์แต่ละประเภท ผลออกมาสรุปว่าการใช้คิวอาร์โค้ดแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น และเมื่อญี่ปุ่นเกิดปัญหาผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นและตามมาด้วยปัญหาคนหายเพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะเป็นโรคความจำเสื่อมเลยมีการลองใช้คิวอาร์โค้ดเพราะเดิมทีครอบครัวของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมได้ให้ผู้สูงอายุรายดังกล่าว พกอุปกรณ์จีพีเอสขนาดจิ๋วติดตัว เพื่อให้ครอบครัวสามารถติดตามการเดินทางของผู้สูงอายุได้ อย่างไรก็ตามการที่ผู้สูงอายุมักจะลืมพกจีพีเอสติดตัวไปด้วย ทำให้วิธีการนี้ไม่มีประสิทธิภาพ บริษัทออเรนจ์ลิงค์จึงได้พัฒนาสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดที่มีขนาดเพียง 1×1 เซนติเมตร และกันน้ำได้ให้ผู้ศูงอายุติดตัว โดยสามารถติดสติกเกอร์ดังกล่าวไว้ที่เล็บมือ หรือพวงกุญแจ เจ้าหน้าที่ของเมืองอิรุมะตั้งความหวังไว้ว่า เทคโนโลยีคิวอร์โค้ดนี้จะช่วยในการระบุตัวตนของผู้สูงอายุที่พลัดหลง ตลอดจนให้ความช่วยเหลือแก่ผู้สูงอายุและครอบครัวได้อย่างทันท่วงทีเมื่อคนอื่นๆ เจอผู้สูงอายุที่พลัดหลง พวกเขาสามารถใช้แอพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนสแกนสติกเกอร์คิวอาร์โค้ด ทำให้ผู้ช่วยเหลือทราบหมายเลขลงทะเบียน บ้านเกิด เบอร์โทรศัพท์ที่สำคัญของผู้สูงอายุได้ อย่างไรก็ตามการที่ผู้อื่นสามารถใช้แอพลิเคชั่นเพื่อดูข้อมูลจากคิวอาร์โค้ด ทำให้เกิดความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้สูงอายุ ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลที่แสดงจากการสแกนคิวอาร์โค้ด จึงละเว้นชื่อและที่อยู่ของผู้สูงอายุไว้ ปัจจุบันเทคโนโลยีคิวอาร์โค้ดนี้ยังมีใช้เฉพาะในเมืองอิรุมะเท่านั้น โดยมี 10 ครอบครัวที่ได้ลงทะเบียนเข้าใช้นับแต่วันเปิดตัวเมื่อ 1 พฤศจิกายน ปี 2559 และอีก 35 ครอบครัวกำลังรอลงทะเบียนให้ใช้ครั้งต่อไป  จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีที่ใช้แก้ปัญหาใหญ่ๆ ไม่จำเป็นต้องอลังการงานสร้างเสมอไป เทคโนโลยีที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน อย่างคิวอาร์โค้ดที่หลายต่อหลายคนคุ้นเคยจากการใช้ไลน์หรือสื่อต่างๆ ก็สามารถแก้ปัญหาใหญ่ๆ ได้เช่นกัน หากใช้อย่างเหมาะสมและชาญฉลาด

วัยเด็กช่วงเวลาที่ต้องเอาใจใส่

วันวานยังคิดถึงอยู่ น้ำแข็งใสใส่น้ำแดง น้ำเขียว น้ำส้ม ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวถ้าได้สักถ้วยก็คงดี หรือจะพับว่าวจากกระดาษสีสวยให้เป็นรูปนก รูปผีเสื้อ มาวิ่งล้ออ้อลมเล่นช่วงเย็นๆ กับเพื่อนวัยเดียวกันคงสนุกกันจนลืมเวลาไปเลยทีเดียว เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นจริงเมื่อสมัยที่ผู้ใหญ่อย่างเรายังเด็กอยู่ ภาพความทรงจำในวัยเด็กยังคงจำได้และมักนึกถึงบ่อยๆ เวลาที่เด็กๆ หรือลูกหลานของเรากำลังวิ่งเล่นอยู่ ความทรงจำดีๆ เวลาที่นึกถึงทีไรก็มักทำให้เรายิ้ม แล้วก็หวน นึกถึงเสมอวัยเด็กคือช่วงเวลาที่ชีวิตมีความสุขที่สุด ไม่ต้องเครียด ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องคิดเยอะ แค่เรียน เล่น กิน นอน เด็กๆ จึงเป็นเหมือน ผ้าขาวที่ค่อยๆ เพิ่มขนาดขึ้นกลายเป็นผ้าผืนใหญ่ ช่วงเวลาที่เด็กๆ ค่อยๆ เติบโตขึ้นมา มีเรื่องราวเป็นร้อย เป็นพัน ผ่านเข้ามาบางครั้งก็เป็นเรื่องดีควรค่าแก่การเก็บไว้ในความทรงจำ บางเรื่องก็เจ็บปวดลบเท่าไหร่ก็ไม่หายไปจากความทรงจำการเลี้ยงลูกที่อยู่ในช่วงวัยที่เขากำลังเติบโตขึ้น ถือเป็นเรื่องยากและท้าทายพ่อแม่เป็นอย่างมาก เพราะลูกคนที่ว่าง่าย พูดง่าย ที่เราจะให้เขาทำอะไร กินอะไรเขาก็ยอมทำตามเราทุกอย่าง แต่พอเขาเติบโตขึ้นเขาก็จะมีพัฒนาการทางด้านความรู้สึกนึกคิด จินตนาการ มีโลกส่วนตัวที่มากขึ้น ตรงนี้เป็นเรื่องที่พ่อแม่จะต้องทำความเข้าใจในตัวลูก โดยที่ไม่มองหรือเข้าใจลูกเลย ก็อาจทำให้ทั้งคุณและลูกไม่เข้าใจ ซึ่งกันและกัน ห่างกันออกไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายยากที่จะควบคุมได้  เด็กๆ จะมีความคิดที่ก้าวกระโดดไปไกลมากในช่วงที่เขากำลังขึ้นชั้นประถม 1 เขาจะได้เจอเพื่อนใหม่ เจอคุณครูคนใหม่ ได้เจอกับการเรียนการสอนที่แตกต่างไปจากช่วงชั้นอนุบาล สิ่งที่ลูกกำลังเผชิญอยู่นี้ถือเป็นเรื่องท้าทายทั้งความคิดความรู้สึก การเผชิญหน้ากับสิ่งที่ใหญ่ขึ้นโตขึ้น ทำให้เขาทั้งสนุกและก็กลัวไปด้วย เมื่อลูกกลับไปบ้านจึงเป็นหน้าที่ที่คุณพ่อคุณแม่ควรให้เวลาพูดคุยกับลูก ว่าวันนี้ลูกเรียนอะไรที่โรงเรียน มีเรื่องอะไรที่อยากเล่าให้พ่อกับแม่ฟังหรือเปล่า คุณควรเป็นทั้งผู้รับฟังและผู้ตอบคำถามที่ดีให้กับลูก เพราะหากลูกรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นได้ทั้งเพื่อน ทั้งที่ปรึกษา ที่นอกเหนือจากการเป็นพ่อแม่ของเขา ลูกก็จะกล้าแสดงออกกับคุณทุกเรื่อง ที่สำคัญเขาจะรู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งจากพ่อและแม่เลยการเดินไปในทิศทางเดียวกันของทั้ง พ่อ แม่ ลูก จะช่วยให้ปัญหาในครอบครัวลดลง เนื่องจากทุกคนเข้าใจกัน เห็นใจกัน ใส่ใจซึ่งกันและกัน ผลที่ตามมาก็คือลูกได้ดั่งใจ พ่อแม่ก็สมใจ

สายสัมพันธ์ทางสายเลือด

ความสัมพันธ์ของครอบครัวถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญเพราะเป็นจุดเริ่มต้นของสังคมเป็นอยู่ร่วมกันอย่างใกล้สามารถไว้วางใจได้มากกว่าบุคคลภายนอกเพราะถือว่าเป็นสายเลือดเดียวกันหรือเป็นญาติพี่น้องกันนั้นเองเด็กเมื่อแรกเกิดมาสังคมแรกที่จะต้องพบเจอนั้นก็คือครอบครัวและถ้าครอบครัวไหนมีพื้นฐานดีเมื่อเด็กเดติบโตขึ้นก็จะสามารถเผชิญกับปัญหาของสังคมภายนอกได้นอกจากนี้ครอบครัวยังเป็นที่พึ่งพาเมื่อเรากำลังเจ็บไข้หรือเจอปัญหาชีวิตเพราะเป็นกลุ่มคนที่มีสายสัมพันธ์กันสำหรับภาพของครอบครัวไทยเปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อรูปแบบเศรษฐกิจและสังคมเปลี่ยนแปลงไป วิธีอยู่ของครอบครัวก็เปลี่ยนแปลง บ้านแยกเป็นครอบครัวเดี่ยวกันมากขึ้น ครอบครัวมีลูกกันน้อยลง บรรยากาศต่างๆ ก็ต่างไปจากที่เราเคยเข้าใจ ความต่างนี้ไม่ได้จะหมายถึงความผิดหรือปัญหา แต่ทำให้การมีอยู่ของบทบาทหน้าที่ ญาติ ต่อความป่วยไข้ในวงการแพทย์ต่างไปมากญาติมีความจำเป็นแค่ไหนเวลาป่วย คำตอบคงขึ้นกับว่าป่วยเป็นอะไร หนักหนาสาหัสแค่ไหน ถ้าแค่เป็นสิวฝ้า เราคงไม่ต้องไปกับใคร แต่หากอาการนั้นหนักหน่อย เช่น อาจจะต้องเจาะอะไรบางอย่างไปตรวจ อาจจะต้องวางยาชาหรือยาสลบ ทำให้ดูแลตัวเองลำบาก อาจจะต้องผ่าตัดด่วน ต้องมีญาติเซ็นรับรอง หรือเบาสุดก็ต้องมีคนช่วยวิ่งยื่นเอกสาร รอรับยา ซื้อน้ำซื้อขาว หรือพัดให้เวลาร้อนๆ มึนๆ  นอกจากนี้เมื่อความป่วยนั้นเรื้อรัง แม้จะรักษาเสร็จกลับบ้านไปแล้ว หากความป่วยทำให้เราไม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างเต็มที่ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หลังผ่าตัด ยังปวดลุกไปไหนลำบาก ใครจะช่วยดูแลถ้าอยู่คนเดียว ญาติ จึงเป็นบุคคลสำคัญที่สุดทางสาธารณสุข สงสัยจะสำคัญกว่าหมอกว่าพยาบาลเสียอีก  การสงเคราะห์ญาติถ้ามองในมุมของบุญกุศล ก็น่าจะเป็นกุศลแรง เป็นการทำบุญใกล้ตัว และสร้างศรัทธาในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถ้าทุกคนมีความพร้อมในระดับหนึ่ง ดูแลญาติตัวเองกันได้ สังคมก็คงสงบสุขขึ้นมาก ระหว่างที่โครงสร้างสังคมยังไม่สามารถมีสวัสดิการการดูแลรักษาที่ครอบคลุม การมีญาติที่ดีก็คือสวัสดิการที่ดี รายที่อยู่คนเดียวไม่มีญาติ หากรัฐไม่มีสวัสดิการ ในอนาคตคงลำบากอยู่   ถ้ายังไม่มีญาติให้ต้องเลี้ยงดู หยอดน้ำข้าวต้ม ตอนนี้แค่อยากชวนว่า เวลาคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติสนิทคนไหนไปโรงพยาบาล ช่วยไปเป็นเพื่อน เอ๊ยเป็นญาติหน่อย มันเป็นความรู้สึกที่ดีนะ ที่มีคนไปโรงพยาบาลด้วย เพราะนั่นคือเวลาที่มนุษย์เราอาจจะกำลังอ่อนแอทั้งกายใจ แค่เราช่วยนั่งรถไปด้วย ช่วยนั่งรอตรวจเป็นเพื่อน ช่วยส่งแววตาความห่วงใย จับไม้จับมือกัน คนไข้คงมีความสุขขึ้นเยอะ

ยาจีนช่วยบำรุงครรภ์

คุณแม่ที่เตรียมตัวจะตั้งครรภ์ สามารถรับประทานยาจีน เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ เพื่อสุขภาพที่ดีของทารก แต่จำเป็นต้องได้รับการจ่ายยาจากแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญด้านยาจีน เพื่อตรวจวินิจฉัยโรค จ่ายยาจีนตามศาสตร์แพทย์แผนจีน หรืออาจรวมไปถึงการฝังเข็มรมยา ทุยนา ตามแต่แพทย์จีน จะวินิจฉัยและพิจารณาเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนไข้ที่เตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์  การใช้ยาจีนยังเหมาะสำหรับปรับสมดุลคนไข้ เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ในกรณีที่ฝ่ายหญิงมีอายุมาก อยู่ในภาวะมีบุตรยาก ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือประสบปัญหาภาวะแท้งง่าย แต่ทางที่ดีสำหรับคนไข้ที่ต้องการรับประทานยาจีน เพื่อรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก ควรจะจูงมือกันมาเป็นคู่ทั้งฝ่ายสามี-ภรรยา เพราะสาเหตุอาจมาจากทั้ง 2 ฝ่ายก็เป็นได้ อีกทั้งยังต้องผ่านการตรวจร่างกายโดยสูตินรีแพทย์อย่างละเอียดทั้งสองฝ่าย เพื่อหาสาเหตุที่ถูกต้อง เพื่อผลการรักษาที่ได้ผลดียิ่งขึ้น แพทย์จีนสามารถใช้ยาจีนเพื่อปรับสมดุลพร้อมทั้งบำรุงร่างกายของคนไข้ เพื่อให้เหมาะกับร่างกายของคนไข้แต่ละคน และเพื่อเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ และทารกในครรภ์ก็จะได้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี

อีกทั้งในกรณีที่ตั้งครรภ์แล้ว การรับประทานยาจีนยังช่วยลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่ ซึ่งยากลุ่มนี้มักจะใช้ในช่วงต้นๆ ของการตั้งครรภ์ และยังมีกลุ่มยาที่ช่วยบำรุงร่างกาย ช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพแข็งแรง มักจะรับประทานในช่วงที่อายุครรภ์ 6 เดือนขึ้นไป ที่เราน่าจะคุ้นเคยและรู้จักกันดีคือ สือซาน ไท่เป่า หรือภาษาแต้จิ๋ว คือ จับซาไท้เป้า มีให้เลือกรับประทานหลายรูปแบบทั้งแบบยาต้ม ยาชง และยาเม็ด แต่การรับประทานยาจีนต้องได้รับการจ่ายยาจากแพทย์จีน ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยโรค จ่ายยาจีนตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ไม่ควรไปซื้อเองตามร้านขายยา เพราะยาบางตัวคนท้องไม่สามารถรับประทานได้ เพราะจะส่งผลถึงทารกในครรภ์ อาจจะทำให้แท้งได้ เพื่อความปลอดภัยหลีกเลี่ยงภาวะแท้งคุกคาม และเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่และทารกในครรภ์ ควรพบแพทย์จีนทุกครั้งที่ต้องการรับประทานยาจีน

ฝังเข็มกระตุ้นตั้งครรภ์อีกหนึ่งวิธีบำรุงครรภ์นั้น สามารถทำได้เพื่อช่วยแก้อาการแพ้ท้องต่างๆ ได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ แต่การฝังเข็มสตรีมีครรภ์ก็มีข้อควรระวังต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของลูก ข้อควรระวัง

– สตรีมีครรภ์ระยะก่อน 3 เดือนแรก ไม่ควรฝังเข็มที่บริเวณท้องน้อย

– สตรีมีครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 3 เดือนขึ้นไป ไม่ควรฝังเข็มที่บริเวณท้องส่วนบน ท้องน้อย รวมไปถึงบริเวณเอวและก้นกบ และยังมีจุดฝังเข็มบางจุด เช่น จุดเจียนจิ่ง จุดเหอกู่ จุดซานอินเจียว จุดคุณหลุน จุดจื้ออิน ที่ไม่สามารถฝังเข็มได้ เนื่องจากจะทำให้มดลูกบีบตัว ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ได้