เคล็ดลับดับกลิ่นปากของสาวๆ

ไม่ว่าผู้หญิงจะสวยแค่ไหนแต่ถ้าลองมีกลิ่นเมื่อไหร่ ความงามก็คงหายวับไปกับตาทันที เพราะฉนั้นนอกจากจะดูแลเรื่องใบหน้าและหุ้นให้สวยแล้วเรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่องน่าจะเป็นกลิ่นปากบางคนอาจมองว่ากลิ่นปากเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไม่เจ็บไม่ปวดไม่ใช่โรคร้ายแรงต้องรีบรักษา แต่สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องกลิ่นปากไม่ใช่ปัญหาจิ๊บ ๆ แน่นอน นอกเหนือจากปัญหาทางกาย เช่น การอักเสบ ที่อาจเป็นต้นเหตุของกลิ่นแล้ว กลิ่นปากยังทำให้คุณบุคลิกภาพไม่ดี สูญเสียความมั่นใจ บางคนก็อาจมีภาวะเครียด นพ.สรัลชัย เกียรติสุระยานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสต ศอ นาสิก กล่าว และบางทีปัญหานี้ก็อาจส่งผลกระทบถึงหน้าที่การงาน แล้วก็ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคนใกล้ตัวได้ด้วย

ต้นตอของกลิ่นอันร้ายกาจสุขภาพของเหงือกและฟันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดกลิ่นปากก็จริง แต่ก็ไม่ใช่สาเหตุเดียว กลิ่นปากเป็นก๊าซเหม็นที่เกิดขึ้นในร่างกายและออกมาทางลมหายใจ ต้นตออาจจะมาจากปาก คอ หรือจมูกก็ได้ทั้งนั้น คุณหมอสรัลชัยอธิบายว่า สาเหตุหลัก ๆ ที่มักจะทำให้คุณมีกลิ่นปากก็คือ

  • ระบบช่องปาก เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ ตลอดจนการอักเสบในช่องปากอื่น ๆ
  • ระบบโรคทางคอและจมูก เช่น ไซนัสอักเสบ โพรงจมูกอักเสบ ลำคออักเสบ ทอนซิลอักเสบ และนิ่วในต่อมทอนซิล
  • ระบบทางเดินอาหาร เช่น ภาวะท้องอืด โรคแผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และโรคกรดไหลย้อน

แปรงฟันสะอาดแล้ว แต่กลิ่นยังอยู่หากไปพบทันตแพทย์ตรวจรักษาจนแน่ใจว่าฟันของคุณแข็งแรงดีไม่มีซี่ไหนผุ และไม่มีอาการเหงือกอักเสบแล้ว แต่กลิ่นปากก็ยังไม่ยอมจากไป คุณคงต้องพบคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก ดูสักหน่อย คุณหมอชี้ว่า หากไม่ได้มีสาเหตุมาจาก เหงือกและฟัน อาการกลิ่นปากเรื้อรังมักเกิดจากผู้ป่วยมีนิ่วในต่อมทอนซิล จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่านิ่วในต่อมทอนซิลพบได้ประมาณ 6% ของกลุ่มประชากรทั่วไป

นิ่วทอนซิล เม็ดเล็ก ๆ แต่กลิ่นแรงมากการจะตรวจพบนิ่วในต่อมทอนซิลนั้นบางครั้งต้องใช้เครื่องมือในการตรวจละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก แต่บางครั้งแค่คุณอ้าปากขึ้นมาก็อาจจะเห็นก้อนสีขาว ๆ เหลือง ๆ ที่ติดอยู่ตรงต่อมทอนซิลได้ชัดเจน ซึ่งนั่นไม่ใช่เศษอาหาร แต่เป็นก้อนที่เกิดจากการหมักหมมของน้ำลายผสมกับเศษอาหาร เศษเนื้อตายของต่อมทอนซิล และแบคทีเรียที่ไม่ต้องการอากาศ ซึ่งเจ้าแบคทีเรียตัวนี้นี่แหละจะสร้างแก๊สไข่เน่าขึ้นมารอบ ๆ ก้อนนิ่ว พอลมหายใจผ่านก้อนนี้ออกมา กลิ่นก็เลยเหม็นคลุ้งไปหมดต่อมทอนซิลซ่อมได้ ไม่ต้องตัดทิ้งเมื่อต้นตอเกิดจากการที่ต่อมทอนซิลเปลี่ยนสภาพไป หากจะกำจัดปัญหาให้หายขาดก็คงต้องผ่าตัด แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจึงไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งไปอีกแล้ว

 

กลิ่นปากบอกปัญหาของเด็ก

สุขภาพปากของลูกน้อยเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรที่คุณพ่อคุณแม่จะหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อยให้มีลมหายใจที่สดชื่นและไม่มีกลิ่นปาก การละเลยสุขภาพช่องปากและฟัน จะทำให้เกิดกลิ่นเหม็นในช่องปาก และอาจเป็นสาเหตุที่ทำลายความสุขของคุณและคนใกล้ชิดได้เหมือนกัน เพื่อลดปัญหาเรื่องนี้ เรามีกลเม็ดง่าย ๆ สำหรับการดูแลสุขภาพช่องปากให้ปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์มาฝากกลิ่นปากมีสาเหตุ มาจากทั้งภายในและภายนอกช่องปาก เพราะกลิ่นปากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งในปากไปทำการย่อยสลายสารประกอบประเภทโปรตีนที่ตกค้างอยู่ในช่องปากและลำคอ ทำให้เกิดกลิ่นขึ้น สาเหตุสำคัญและพบได้บ่อยที่สุด  โรคเหงือกอักเสบ ที่เกิดจากการแปรงฟันไม่สะอาด จะทำให้มีแผ่นคราบฟันและหินปูนสะสม หากไม่ได้รับการรักษาโรคเหงือกอักเสบจะลุกลามมากขึ้นกลายเป็นโรคปริทันต์อักเสบ ซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นรุนแรงยิ่งขึ้น  สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นปากคือ ภาวะปากแห้ง น้ำลายน้อย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ เมื่อมีน้ำลายน้อยเชื้อโรคต่าง ๆ จะตกค้างอยู่ในช่องปากเป็นจำนวนมาก จึงทำให้เกิดกลิ่นมากขึ้น ในบางขณะจะมีการหลั่งของน้ำลายลดลงตามธรรมชาติ ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ เช่น เวลานอน ภาวะอดอาหารหรือหิว ตลอดจนภาวะเครียด และอาชีพที่ใช้เสียงมาก ๆ เช่น ครู ทนายความ จะมีผลให้น้ำลายลดลง ทำให้มีกลิ่นปากได้เช่นกัน ดังนั้น น้ำจึงเป็นยาที่ดีที่สุด  การลดกลิ่นปากส่วนสาเหตุจากภายนอกช่องปาก มักมาจากระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่เกิดจากการมีน้ำมูกไหลลงคอทางด้านหลังโพรงจมูกและการมีเศษอาหารติดอยู่ตามร่องของต่อมทอนซิล และระบบทางเดินอาหาร ที่เกิดจากการมีแบคทีเรียส่วนเกินในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก ซึ่งมักจะมีอาการท้องอืด แน่น เรอมีกลิ่นเหม็น นอกจากนี้อาหารบางชนิด เมื่อกินแล้วจะมีกลิ่นขับออกมาทางลมหายใจ เช่น กระเทียม ทุเรียน หัวหอม เครื่องเทศ ผู้ที่ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่เป็นประจำ หรือท้องผูกหลาย ๆ วัน ก็ทำให้เกิดกลิ่นปากได้  กลิ่นปากในเด็กส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุภายในช่องปาก และระบบทางเดินหายใจ ที่พบบ่อยได้แก่ การมีสุขอนามัยในช่องปากไม่ดี เช่น ฟันผุ เศษอาหารตกค้างตามซอกฟัน เหงือกบวมเป็นหนอง หรือไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ และการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ ตลอดจนโรคภูมิแพ้ก็สามารถทำให้เกิดกลิ่นปากได้ การดูแลรักษาสุขภาพในช่องปากให้ดีตั้งแต่เด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ปกครองควรสอนให้เด็กแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เลือกแปรงที่มีขนาดเหมาะสมและมีขนอ่อนนุ่ม

การลดน้ำหนักโดยการควบคุมพลังงาน

อยากผอม แต่ไม่อยากออกกำลังกาย ความขี้เกียจออกกำลังกาย เป็นอุปสรรคยิ่งใหญ่ให้ใครหลายๆคน ที่อยากลดน้ำหนัก น้ำหนักก็อยากลด แต่ไม่อยากเหนื่อย เบื่อกับการออกกำลังกาย เมื่อล้าสารพัดจะเป็นไปได้ไหม ถ้าจะลดน้ำหนักโดยไม่ต้องออกกำลังกาย ขอคุมอาหารเฉยๆ แล้วถ้าทำได้จะส่งผลอะไรต่อร่างกาย โดยเฉพาะสุขภาพในภายภาคหน้าหรือเปล่านะอยากลดน้ำหนักแต่ไม่อยากออกกำลังกายพื้นฐานสำคัญแห่งการลดน้ำหนักแบบถูกวิธี คือ การลดจำนวนไขมันในร่างกายลง และรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ได้ มีสุขภาพที่แข็งแรง และควบคุมพลังงานที่ได้รับจากอาหารควรน้อยกว่าพลังงานที่ใช้ไปในแต่ละวัน เหล่านี้ถือเป็นวิถีแห่งการลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง หากถามว่า สามารถลดน้ำหนักโดยไม่ต้องออกกำลังกายได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ แต่ไม่เสมอไป  เนื่องจากความอ้วนเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน เช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เกินพอดี ขาดการออกกำลังกาย หรือมีกิจกรรมทางกายน้อย รวมถึงปัญหาทางด้านพันธุกรรม หรือมีระดับฮอร์โมนบางชนิดผิดปกติ ก็อาจทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้ยากขึ้น ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าปัจจัยในการลดน้ำหนักที่สามารถกำหนดเองได้นั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี คือ การออกกำลังกายและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานดังนั้น หากเรายังไม่สามารถออกกำลังกายได้ตามที่ต้องการ สิ่งแรกที่ควรทำ คือ การลดปริมาณการรับประทานให้น้อยลง หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานใหม่นั่นเอง

-ลดอาหารไขมันสูงประเภทต่างๆ เช่น ของทอด ของมัน หรืออาหารจานเดียว

– ลดทานขนมเบเกอรี่ทุกประเภท โดยเฉพาะจำพวกทาร์ต พัฟ พาย ขนมปังใส่ไส้ และเค้ก

– ลดพฤติกรรมรับประทานจุบจิบกินเล่นอื่นๆ

– เลี่ยงการปรุงรสชาติในอาหารที่มากเกินไป เช่น ใส่น้ำตาลในก๋วยเตี๋ยว

– ควบคุมปริมาณการรับประทานอาหารในมื้อหลักไม่ให้มากเกินพอดี เช่น ไม่รับประทานข้าวมากกว่า 1 จานต่อมื้อ เป็นต้น

– รับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืช ไม่ขัดสีให้มากขึ้น

– เลือกรับประทานเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

– ลดอาหารที่ให้พลังงาน แต่ไม่มีคุณค่าทางสารอาหารอื่นๆ

–  ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ 1 กรัม มีพลังงานถึง 7 กิโลแคลอรี

นอกจากการลดปริมาณการรับประทานอาหาร และเลือกการรับประทานให้มากขึ้น ผู้ลดน้ำหนักควรฝึกรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ไม่ข้ามมื้ออาหาร เพราะจะทำให้รู้สึกหิวมากขึ้นในมื้อต่อไป ปรับสภาพแวดล้อมรอบตัว เช่น ไม่กักตุนขนมทานเล่นไว้มากเกินจำเป็น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และควรทำจิตใจให้ผ่อนคลาย ห่างจากความเครียดอยู่เสมอ ทั้งยังมีโอกาสกลับมามีน้ำหนักสูงขึ้นซ้ำเดิมได้อีกด้วย เพราะเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายจะปรับอัตราการเผาผลาญให้ลดลงตามปริมาณการทาน หากกลับมารับประทานอาหารในปริมาณปกติ ร่างกายจะได้รับพลังงานมากกว่าอัตราการเผาผลาญในขณะนั้น ทำให้กลับมาอ้วนใหม่ได้เร็วขึ้น แตกต่างกับผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกาย ที่ยังคงมีอัตราการเผาผลาญที่มาก ทำให้รักษาสภาวะน้ำหนักตัวที่ต้องการต่อไปได้ง่ายกว่า

กินวิตามินซีเสริมช่วยบำรุงผิว

วิตามินซี หรือกรดแอสคอร์บิก ถือเป็นวิตามินที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เพราะช่วยให้ร่างกายสามารถเจริญเติบโตได้อย่างเป็นปกติ และเป็นตัวช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีอีกด้วย แต่เนื่องจากร่างกายคนเราไม่สามารถผลิตวิตามินซีได้เองตามธรรมชาติ ฉะนั้น การได้รับวิตามินซีจึงต้องมาจากการบริโภคอาหารเท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอาหารที่มีวิตามินซีสูงมักพบในผักและผลไม้เป็นส่วนใหญ่ หากเป็นผลไม้ก็มักเป็นผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม สตรอว์เบอร์รี มะขามเทศ ส่วนผักก็เช่น พริกแดงยักษ์ กะหล่ำดอก ผักโขม มะเขือเทศ และบรอกโคลี ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซีสูง   การที่ร่างกายได้รับตามินซีในปริมาณที่มากเกินไปก็จะสามารถขับออกมาได้เองทางปัสสาวะ ทว่าผลข้างเคีองที่พบได้ในบางคนเมื่อบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินซีจำนวนมากเกินไปนั้นก็คืออาจส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้, อาเจียน, ท้องบวม, ปวดศีรษะ, นอนไม่หลับ นอกเหนือจากนี้สำหรับผู้ป่วยด้วยโรคนิ่วในไตนั้น แพทย์มักจะแนะนำให้หลีกเลี่ยงการกินวิตามินซีเสริม

วิตามินซีเสริม ป้องกันหวัดได้จริงเหรอแม้ว่าความเชื่อส่วนใหญ่ที่เราได้ยินมาจะกล่าวอ้างว่าวิตามินซีช่วยป้องกันโรคหวัดได้ หรือเมื่อเป็นหวัดให้รีบกินวิตามินซีเสริมเพื่อให้หายจากอาการหวัด แต่จากผลการศึกษาที่ปรากฏกลับพบเพียงว่าการกินวิตามินซีเป็นประจำอย่างเพียงพอมีส่วนช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาในการเป็นไข้หวัดได้เท่านั้น แต่ไม่ได้มีข้อบ่งชี้ที่บอกว่าวิตามินซีจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหวัดขึ้นได้แต่อย่างใด ยกเว้นเสียแต่คุณเป็นคนที่ออกกำลังกายอยู่เป็นประจำ

วิตามินซีดีต่อผิว กินแล้วใสเชื่อได้ไหมเป็นที่รู้กันดีว่าวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอผิวจากการถูกทำลายด้วยรังสี ความร้อนแสงแดด และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่สาว ๆ อย่างเรามักต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งล้วนแต่ส่งผลให้คอลลาเจนในชั้นผิวถูกทำลาย จึงเป็นสาเหตุให้ผิวแห้งกร้าน มีริ้วรอยและจุดด่างดำเกิดขึ้นได้ง่าย แต่การบริโภควิตามินซีเป็นประจำถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยในการผลิตคอลลาเจนอันเป็นโปรตีนที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์และหลอดเลือด ชะลอการเสื่อมโทรมของผิวพรรณหรือการแก่ตัวของเซลล์ อีกทั้งเป็นปราการด่านสำคัญที่คอยป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระเข้าไปทำร้ายเซลล์ที่แข็งแรงภายในร่างกาย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเพื่อนสาวที่ชอบกินผักและผลไม้เป็นประจำจึงมีผิวที่ดูเปล่งปลั่งผ่องใสอยู่เสมอ ผิวพรรณนุ่มเด้ง สดใส แลดูสุขภาพดี และไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร

วิตามินซีช่วยให้อารมณ์สดชื่น และแจ่มใส สังเกตได้ง่าย ๆ หากช่วงไหนที่เรากินผักและผลไม้ ซึ่งอุดมไปด้วยวิตามินซี ร่างกายในช่วงนั้นมักจะสดชื่นเป็นพิเศษ ผลพลอยได้คือเอวลด พุงยุบหน้าท้องแบนเพราะระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ และเมื่อระบบภายในดีก็ย่อมส่งผลต่อจิตใจให้ดีตามไปด้วย

ทำความรู้จักกับโรคอ้วน

โรคอ้วน คือ ภาวะที่มีดัชนีมวลกาย BMI เกิน 30 มีวิธีคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย คือ BMI = น้ำหนักตัว เป็นกิโลกรัม หารด้วย ความสูง เป็นเมตร 2 ครั้ง  ในการลดน้ำหนักมีความเข้าใจผิดในหลักการว่า อาหาร เข้าเท่ากับพลังงานออก จะทำให้เกิดความสมดุล แต่ในคนเป็นโรคอ้วน การลดความอ้วนโดยลดการกินนั้นยาก เพราะการลดการกินลงในระยะแรกน้ำหนักจะลดลงเร็ว แต่ต่อมาก็จะทรงตัวเป็นแนวราบ หลังจากนั้นการลดน้ำหนักจะยากขึ้น เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนการเผาผลาญ ของร่างกาย และการออกกำลังกายของคนอ้วนจะทำให้กินมากขึ้น  นอกจากนี้อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมก็สามารถเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนได้ด้วย ตัวอย่างเช่น แม่อ้วนที่เป็นเบาหวานทำให้ลูกมีความโน้มเอียงที่จะเป็นเบาหวาน แม่ที่กินน้ำตาลมากจะทำให้ยีนที่ทำหน้าที่เผาผลาญน้ำตาลถูกกดการทำงาน การถูกกดการทำงานนี้ถูกส่งผ่านไปสู่ลูกในครรภ์ เด็กพวกนี้เมื่อเกิดมาเวลาไปกินน้ำตาลแล้วจะอ้วนได้ง่าย   การอุบัติและพัฒนาการของเนื้อเยื่อไขมันเกิดขึ้น ในขณะที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาช่วงไตรมาสที่ 2 เนื้อเยื่อไขมันแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ เนื้อเยื่อไขมันสีขาว และ เนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาล โดยทั่วไปไขมันใต้ผิวหนังทำหน้าที่เป็นกันชนไขมันในช่องท้อง ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงาน เนื้อเยื่อไขมันสีขาวทำหน้าที่เก็บกักไขมันและผลิตฮอร์โมนหลายตัว ในขณะที่เนื้อเยื่อไขมันสีน้ำตาลทำหน้าที่สร้างความร้อน และถูกกระตุ้นด้วยการออกกำลังกายและความเย็น

เลปติน เป็นฮอร์โมนอีกชนิดหนึ่ง ถูกผลิตขึ้นโดยเนื้อเยื่อไขมันสีขาว ระดับของเลปตินขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกาย ฮอร์โมนชนิดนี้มีฤทธิ์ทำให้ความอยากอาหารลดลง จึงกินอาหารน้อยลง และเพิ่มอัตราการใช้พลังงานของร่างกาย จึงช่วยลดความอ้วน สารชนิดนี้จะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเราอดอาหาร คนที่เป็นโรคอ้วนมีความต้านทานต่อเลปติน จึงทำให้การใช้พลังงานลดลงและลดน้ำหนักไม่ได้ผล

รู้หรือไม่ว่าคนที่เป็นโรคอ้วน มีอุบัติการณ์ของโรคต่างๆ มากกว่าปกติ คือโรคความดันโลหิตสูง 51% โรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ 85% ในขณะที่คนไม่อ้วนเป็นโรคนี้เพียง 15%โรคตับอักเสบ 40%โรคมะเร็ง 52% โดยพบว่าคนที่เป็นโรคอ้วนมีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากกว่าคนปกติ ถึง 15-20%มีอุบัติการณ์ของโรคข้ออักเสบและโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นคนที่เป็นโรคอ้วนจะมีโรคหลายอย่างก่อนวัย คือ โรคหัวใจขาดเลือด , โรคเบาหวานชนิดที่ 2, โรคประสาทเสื่อม และไตวาย  โรคหยุดหายใจในขณะนอนหลับเกิดบ่อยในคนเป็นโรคอ้วน โรคนี้ทำให้ขาดออกซิเจน ซึ่งมีผลทางอ้อมทำให้อ้วนมากขึ้นด้วยโรคอ้วนเป็นโรคที่หลีกเลี่ยงได้ แต่อาจจะไม่ง่าย ต้องมีความรู้ มีการศึกษา ซึ่งทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น

เคล็ดลับของมะนาวช่วยบำรุงและลดน้ำหนักได้ดี

มะนาว ถูกเรียกว่าเป็นผักและผลไม้สารพัดประโยชน์ เพราะจะนำมาปรุงอาหารให้ออกรสเปรี้ยวก็ได้ จะเอาไปใช้เพื่อความสวยความงามก็ดี โดยเฉพาะเรื่องการกำจัดสิวและเพื่อความกระจ่างใสของผิว ปัจจุบันนี้ยังมีการนำมะนาวมาใช้เพื่อการลดน้ำหนักได้อีกด้วย ซึ่งเหตุที่มะนาวลดน้ำหนักได้นั้น ดื่มน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นในตอนเช้าของทุกวันเพียงแค่บีบมะนาวลงไปผสมกับน้ำอุ่น ทานเพียงวันละแก้วเท่านั้น จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สูตรลดน้ำหนักสูตรนี้ได้รับความนิยมมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว และมีคนที่ทดลองกินเพิ่มมากขึ้นด้วย ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าได้ผลจริง ๆ ก็เพราะว่าวิตามินซีที่อยู่ในมะนาว จะเข้าไปทำปฏิกิริยาต่อร่างกาย โดยเฉพาะการกระตุ้นระบบย่อยอาหาร และเข้าไปดูดซึมแคลเซียมให้เข้าไปเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้นบางคนอาจจะคาดหวังกับมะนาวลดน้ำหนักจนมากเกินไป จึงทำให้ละเลยที่ทานอาหารอื่น ๆ จนขาดสารอาหารที่สำคัญต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เพราะฉะนั้น หากต้องการให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็ควรทานผักและผลไม้ที่มีเส้นใยหรือไฟเบอร์เยอะ ๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างประสานกันมากขึ้น จึงจะทำให้เห็นผลได้ชัดเจนยิ่งขึ้นใครที่สามารถทำครบทั้ง  3 วิธีนี้ได้ รับรองเลยว่าตัวเลขของน้ำหนักจะต้องลดลงอย่างแน่นอน แต่สำหรับใครที่ออกกำลังกายเป็นประจำอยู่แล้ว จะรู้ดีว่าน้ำหนักเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น รูปร่างที่ดูดีขึ้นเพราะไขมันเปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อถึงจะแน่นอนกว่า เพราะฉะนั้นหากทำควบคู่กันไปได้ จึงจะดีที่ที่สุด

ประโยชน์ขอการเสียน้ำตา

การเสียน้ำตาถ้าเปรียบก็คงจะเหมือนฝนตกเพราะทุกครั้งที่ฝนหยุดตกฟ้าก็จะสดใสเช่นเดียวกับการเสียน้ำตาของเรายิ่งเราเสียน้ำตามากเท่าไหร่เมื่อเวลาผ่านไปเราก็จะรู้สึกดีขึ้นและเหมือนมีภูมิต้านทานปัญหานั้นเมื่อชีวิตเรามีปัญหาหนักเข้ามาก็เป็นธรรมดาที่คนเราจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ หรือร้องไห้โฮออกมาอย่างไม่อายใคร เพราะนั่นเป็นการแสดงความรู้สึกที่ออกมาจากข้างในจิตใจแม้การร้องไห้จะถูกมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความอ่อนแอหรือความอ่อนไหวทางอารมณ์ แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว การร้องไห้มีประโยชน์ที่หลายคนคาดไม่ถึง และนี่คือ 5 ประโยชน์ของการเสียน้ำตาจากผลการวิจัยที่มีออกมา

  • ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นหลังการร้องไห้ ร่างกายจะปรับตัวให้การหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจช้าลงจนอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกดีขึ้น
  • ช่วยให้รู้สึกสงบน้ำตาของคนเราช่วยขับฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต ที่เรียกว่า ACTH ออกมา ซึ่งจะช่วยให้รู้สึกสงบ และบรรเทาความเจ็บปวดในจิตใจได้
  • กระตุ้นความรู้สึกเชิงบวก การปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่ฝืนความรู้สึก กลับช่วยให้เรารับรู้ถึงความรู้สึกในเชิงบวกได้ดียิ่งขึ้น ทั้งความรู้สึกที่เป็นสุข ผ่อนคลาย หรือยินดีกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
  • ลดความเครียดการได้ระบายความรู้สึกหรืออารมณ์ที่คั่งค้างอยู่ภายในออกมาด้วยการร้องไห้ จะช่วยลดความเครียดที่มีอยู่ภายในจิตใจได้
  • พัฒนาความสัมพันธ์การเปิดเผยความรู้สึกที่อยู่ข้างในออกมาให้ผู้อื่นได้รับรู้ สามารถช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นได้ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้แสดงความเห็นอกเห็นใจ หรือเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา

รับมืออาการซึมเศร้าของคุณแม่ตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์มักถูกมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงมีความสุข ที่สุด แต่ใช่จะเป็นเช่นนั้นกับผู้หญิงทุกคน อย่างน้อยผู้หญิง หนึ่งในสิบจะทุกข์ทรมานจากอาการภาวะซึมเศร้าในช่วง ระหว่างการตั้งครรภ์ อาการนี้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลง ของระดับฮอร์โมนในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจน ส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของสารเคมีในสมอง ซึ่ง ไม่เพียงทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการซึมเศร้าเท่านั้น แต่ยังมีความกังวลมากกว่าปกติ ซึ่งควรได้รับการรักษาระหว่างการตั้งครรภ์    อาการแบบไหนเรียกว่าซึมเศร้า  บางครั้งอาการซึมเศร้า และเป็นกังวลอาจไม่ปรากฏให้เห็นเด่นชัด เพราะตัวคุณเองปฏิเสธที่จะยอมรับมันโดยไม่รู้ตัว และเหมารวมว่านั่นเป็นอาการทั่วไปที่เกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์ อย่าอายที่จะบอกให้ใครรู้ว่าคุณกำลังรู้สึกแย่แค่ไหน เพราะสุขภาพจิตของคุณย่อมส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด หากปล่อยให้อาการยังคงดำเนินต่อไปจะเป็นผลให้คุณสูญเสียความสามารถในการดูแลตัวเอง และลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์หากคุณเคยมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้มากกว่าสามอาการ ติดต่อกันนานมากกว่าสามสัปดาห์ นั่นแสดงว่าคุณมีอาการภาวะซึมเศร้าที่ต้องพาตัวเองไปพบคุณหมอได้แล้วแต่ถ้าหากอาการเหล่านี้ถึงกับส่งผลให้คุณไม่สามารถจัดการกับการงานทั่วๆ ไปที่เคยทำได้ หรือหากถึงขั้นทำร้ายตัวเองกรณีนี้ควรต้องปรึกษาคุณหมอเพื่อรับการรักษาในทันที และอย่าคิดพยายามรักษาตัวเองโดยเด็ดขาด ขอให้คิดเสียว่าการไปพบแพทย์เพื่อดูแลสุขภาพจิตเป็นหนึ่งวิธีในการดูแลครรภ์เพื่อให้ลูกน้อยในท้องของคุณมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ และเพื่อดูแลตัวคุณเองให้แข็งแรงเตรียมพร้อม

เหตุผลการนอนผักร่างกาย

การผักผ่อนร่างกายเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะในการทำงานของเราในแต่ละวันนั้นทำให้ร่างกายของเราเสียหายจึงต้องมีเวลาในการผักผ่อนโดยการนอนวันละ6-8 ชั่วโมง คนที่นอนน้อยกว่านี้จะส่งผลเสียต่อหลาย ๆ ระบบในร่างกายตามมาที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือทำให้ง่วงนอนตอนกลางวัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทำงานผิดพลาด หรือทำงานไม่มีประสิทธิภาพสิ่งสำคัญคือการนอนไม่พอในช่วงกลางคืนยังเพิ่มโอกาสทำให้เป็นโรคต่าง ๆ ตามมาได้ โดยเฉพาะคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืนเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งเส้นเลือดสมองอุดตันมากกว่าคนที่มีระยะเวลาการนอนที่เพียงพอนอกจากนี้ การนอนไม่เพียงพอ ยังมีผลทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลงเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย ๆ มีข้อมูลวิจัยพบว่าเมื่อเข้ารับวัคซีนป้องกันโรคอาจจะมีการตอบสนองต่อวัคซีนชนิดนั้น ๆ ได้ไม่ดี ซึ่งจากการศึกษาในหนูทดลองในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ โดยให้หนูอดนอนเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน 2 สัปดาห์พบว่าหนูทั้งหมดเสียชีวิต โดยพบว่าสาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากปัญหาระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องที่มีผลมาจากการที่ร่างกายไม่ได้พักผ่อนปัจจุบันมีอุปสรรคต่อการนอนมากมาย เพราะทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน โทรทัศน์ ซึ่งแสงจากอุปกรณ์เหล่านี้จะลดการหลั่งสารเมลาโทนินที่ช่วยกระตุ้นให้หลับง่าย เมื่อสารตัวนี้ลดลงก็ทำให้หลับยาก โดยเฉพาะคอซีรีส์ทั้งหลายที่ตั้งหน้าตั้งตาดูกันจนดึกดื่นค่อนคืน แถมถ้ามีลักษณะอย่างนี้ติดต่อกันหลายวันจะยิ่งน่าเป็นห่วงการนอนน้อยจะทำให้มีปัญหาไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง นำมาสู่โอกาสที่จะเป็นโรคอ้วนได้ เนื่องจากฮอร์โมนที่ ช่วยระงับความหิว ไม่ทำงาน

ควันบุหรี่มือสอง ผลกระทบทางอากาศของสุขภาพเด็ก

ควันบุหรี่มือสองเป็นผลของการได้รับสารพิษทางอากาศของควันบุหรี่จากผู้สูบที่อยู่ใกล้ๆ เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของสุขภาพเด็กที่เกิดจากสภาพแวดล้อมและผู้ใหญ่ที่ดูแลเลี้ยงดูเด็ก ได้มีการวิจัยพบว่าเด็กทารกได้รับควันบุหรี่มือสองมีความเสี่ยงต่อการตายเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ ภูมิแพ้ หอบหืด ในระยะยาวมีผลต่อโรคปอดเรื้อรัง มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดในอนาคต และมีผลต่อการทำงานของสมองในด้านระดับสติปัญญา บุหรี่มือสามหมายถึงสารนิโคติน และสารพิษอื่นเกาะติดตามพื้นผิวฝ้า เพดาน เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า ผ้าห่ม หมอน ฝุ่น อื่น ๆ ในบ้าน ที่อยู่อาศัย และจะคงอยู่ในสิ่งแวดล้อมนั้นอีกนาน สารเหล่านี้จะเป็นอันตรายเมื่อถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังจากการสัมผัส รวมทั้งจะปนเปื้อนกับอากาศในบ้าน หรือจะทำปฏิกิริยากับก๊าซต่าง ๆ ในอากาศในบ้านทำให้เกิดอากาศภายในบ้านที่อยู่อาศัยที่เป็นพิษ เป็นอันตรายต่อผู้หายใจ สูดดมเข้าไปโดยเฉพาะเด็กเพราะมีความไวต่อสารในจำนวนน้อย ได้มีการศึกษาครอบครัวที่มีเด็กเล็กแรกเกิดถึง 6 ปีที่มีคนในครอบครัวสูบบุหรี่จำนวน 75 ครอบครัว ได้ทำการตรวจหาสารพิษจากบุหรี่ที่เรียกว่าสารโคตินินในปัสสาวะของเด็กซึ่งบ่งบอกการได้รับควันพิษมา 48 ชั่วโมงก่อนมารับการตรวจพบว่า ร้อยละ 76  หรือ 57  ราย ตรวจพบสารพิษ โดยร้อยละ 42.7 หรือ 32 ราย ตรวจพบในระดับที่มากกว่า 2 ng/ml ซึ่งบ่งบอกถึงปริมาณที่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของเด็ก ทั้งที่ได้รับมาในลักษณะเป็นบุหรี่มือสองและมือสาม  ในการศึกษานี้พบว่า เด็กที่อยู่อาศัยกับผู้สูบบุหรี่ในคอนโดมิเนียม แฟลต อพาร์ตเมนต์ และการอยู่อาศัยกับผู้สูบบุหรี่มากกว่า 20 มวนต่อวัน ไม่ว่าผู้สูบนั้นจะสูบในบ้านหรือนอกบ้านก็ตาม เป็นความเสี่ยงต่อการตรวจพบสารพิษในปัสสาวะของเด็ก พบว่าเด็กในคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ และแฟลตที่มีคนสูบบุหรี่ มีสารโคตินินสูงกว่า เด็กในบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ที่มีคนสูบบุหรี่ถึงสองเท่าตัว  และได้ประสานงานกับครอบครัว พูดคุยให้ความรู้ ให้เครื่องมือตกแต่งบ้านเพื่อสร้างความตระหนักต่อสุขภาพเด็กจากพิษควันบุหรี่