ปัญหาถอนฟันของคนเป็นเบาหวาน

เบาหวาน Diabetes เป็นภาวะที่ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เรียกว่า เป็นโรคเรื้อรังที่คนไทยเป็นกันมาก โรคเบาหวานจะมีอาการเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งโดยปกติน้ำตาลจะเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งผู้ที่เป็นโรคเบาหวานร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึ้นทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ในระยะยาวจะมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้  ความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลิน อาจเนื่องจากตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอ หรือมีการขัดขวางการจับอินซูลินในอวัยวะต่างๆ ทำให้มีความผิดปกติของคาร์โบไฮเดรต โปรตีนและไขมัน ทำให้เกิดความผิดปกติของผนังหลอดเลือด เส้นประสาทส่วนปลาย ไต และเรตินาผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานมีความไวต่อการติดเชื้อในช่องปาก รวมทั้งโรคปริทันต์โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่ดีการควบคุมระดับน้ำตาลไม่ดี และกลับกันการที่มีโรคปริทันต์ที่มีอาการสามารถทำให้เสียการควบคุมระดับน้ำตาลได้ การมีโรคปริทันต์จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวานด้วย  โดยทั่วไปแล้วก่อนทำฟันปลอม เราจะทำการรักษาสภาพของเหงือกให้อยู่ในอาการปกติ ไม่มีหินปูน เหงือกปกติ ไม่บวกแดง และผู้ป่วยดูแลสุขภาพช่องปากด้วยตนเองได้เป็นอย่างดี ถ้ามีฟันผุก็จะได้รับการอุดฟันให้เรียบร้อย เพราะว่าการใส่ฟันปลอมแบบถอดได้นั้น ฟันปลอมจะไปวางแนบกับเหงือกและฟันทำให้สามารถมีเศษอาหารไปเกาะบริเวณใต้ฟันปลอม พวกเราทำความสะอาดไม่ดี ก็จะทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย  คนที่เป็นเบาหวาน จะมีปัญหาในการติดเชื้อ เวลาเป็นแผลแล้วแผลจะหายช้า เรียกว่าเป็นแผลเรื้อรังจากเบาหวาน Diabetic ulcerลองคิดดูง่าย ๆ เลือดมีน้ำตาลมาก แผลก็หวาน เชื้อโรคชอบน้ำตาล เป็นแหล่งพลังงานชั้นดีน้ำตาลในเลือดเยอะ เลือดก็หนืด ไปเลี้ยงแผลยาก ออกซิเจนก็ไปน้อย เม็ดเลือดขาวไปทำลายเชื้อโรคยาก จึงเลยกลายเป็นแผลเรื้อรัง

การเกิดแผลเล็กๆ เช่น คนไข้เบาหวานต้องการถอนฟัน ถ้าควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ก็จะเกิดปัญหาขึ้นได้คือ แผลถอนฟันจะหายช้า เพราะฉะนั้น ต้องพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี มิฉะนั้นเวลาปวดฟันแลัวไปพบทันตแพทย์ ทันตแพทย์ก็ไม่สามารถถอนฟันให้ได้ เพราะมีความเสี่ยงกับการที่แผลจะไม่หาย หรือลุกลาม ต้องทานยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะไปเรื่อยๆ ซึ่งการทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะไปนาน ๆก็จะมีผลทำให้ร่างกายเกิดการดื้อยา ตับและไตทำงานหนักอีกด้วย ป้องกันการเกิดภาวะเบาหวาน ระวังอย่าให้น้ำตาลในเลือดของคุณสูงเกินค่าปกติ ด้วยการลดความหวาน หมายถึง งดรับประทานน้ำตาล หันมาดื่มน้ำเปล่าเพื่อสุขภาพ รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลน้อยดีกว่า

การเติมพลังร่างกายอย่างไรดี

หลังออกกำลังกายร่างกายของคุณจะเป็นเหมือนกับฟองน้ำที่แห้งผาก เพราะการออกกำลังกายในระดับที่เข้มข้นทำให้สารอาหารที่เอื้อต่อการทำงานของระบบต่างๆ ถูกดึงมาใช้ ทุกระบบตั้งแต่ระบบประสาทไปจนถึงระบบขับถ่ายปัสสาวะจึงต้องปรับสมดุลใหม่ และนี่คือสารอาหารที่คุณควรจะชดเชยให้ร่างกาย

โปรตีน การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อถูกทำลาย คุณจึงต้องกินโปรตีนเพื่อให้ร่างกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อชดเชย การบริโภคโปรตีนคุณภาพสูงมื้อละ 25-35 กรัม จะทำให้ร่างกายของคุณเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อได้อย่างเต็มที่ดร.ดัก แพดดอน-โจนส์ ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ มหาวิทยาลัยเทกซัสสาขาการแพทย์ กล่าว คุณจึงควรบริโภคโปรตีนคุณภาพสูงอย่างเนื้อไก่ ปลา อาหารทะเล เนื้อวัว และนม

คาร์โบไฮเดรต คาร์โบไฮเดรตจะเปลี่ยนรูปเป็นไกลโคเจน ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับการออกกำลังกาย ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินหลังออกกำลังกายจึงไม่ควรต่ำกว่าโปรตีน คือพยายามให้อัตราส่วนของคาร์โบไฮเดรตกับโปรตีนอยู่ระหว่าง 1:1 และ 2:1

โซเดียม ถ้าร่างกายได้รับโซเดียมไม่เพียงพอ เซลล์ต่างๆ จะต้องทำงานโดยปราศจากอิเล็กทรอไลต์ที่จำเป็น และนั่นจะทำให้อาการกล้ามเนื้อระบมหายช้าลงและทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ ถ้าออกกำลังกายจนเหงื่อไหลนองพื้น คุณควรจะเหยาะเกลือเพิ่มหรือกินถั่วอบเกลือเป็นของว่าง

โพแทสเซียม อิเล็กทรอไลต์ตัวนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำเช่นเดียวกับโซเดียม แต่ปริมาณการบริโภคโพแทสเซียมของผู้ชายส่วนใหญ่กลับไม่ใกล้เคียงกับปริมาณที่ National Institutes of Health แนะนำ คุณจึงควรจะพยายามกินอาหารที่อุดมด้วยโพแทสเซียมอย่างกล้วย มันอบแบบติดเปลือก แซลมอน และนมครบส่วน