นักบินสหรัฐฯไล่ล่าวัตถุลึกลับจากนอกโลก

คุณจะเชื่อหรือไม่กับการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวที่ตามจินตนาการของเราแล้วคงไม่ต่างจากภาพยนตร์มากที่เอเลี่ยนหรือมนุษตร์ต่างดาวนั้นจะต้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าเราและคอยแอบมองเราอยู่นอกโลกเหมือนเราเฝ้ามองสัตว์เลี้ยงในคอกและแล้วหรือจินตการเราจะเป็นจริงเมื่อมีข่าวนักบินสหรัฐฯได้พบวัตถุต่างดาวกำลังบินอยู่บนอากาศคณะที่เขากำลังขับเครื่องบินและเขาก็ได้ตัดสินใจติดตามวัตถุสิ่งนั้นไปจนกล่องในเครื่องบินสามารถจับภาพได้จนเพนตากอนเผยภาพจากเครื่องขับไล่ กำลังบินไล่ตามวัตถุปริศนาที่คาดว่าเป็นยูเอฟโอ เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อปี 2547กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน เปิดเผยคลิปวิดิโอที่ถูกบันทึกจากเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ F/A-18F กำลังตรวจจับไล่ล่าวัตถุบินกำหนดเอกลักษณ์ไม่ได้จากนอกโลก หรือ ยูเอฟโอ unidentified flying object: UFOขณะบินอยู่เหนือน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก นอกชายฝั่งซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อปี 2547

โดยบนเครื่องบินเจ็ตขับไล่นี้ มีนักบินจากกองทัพเรือ 2 นาย คือ นาวาโทเดวิด ฟราเวอร์ และ เรือเอกจิม สเสท ทั้งคู่ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่า วัตถุดังกล่าวเคลื่อนที่เร็วมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เร็วกว่าเครื่องบินที่กำลังขับของเราเสียอีก และไม่ทราบว่ามันคือวัตถุอะไรกันแน่ และมีขนาดใกล้เคียงเครื่องบินโดยสาร

เป็นที่คาดกันว่า จากวิดีโอดังกล่าวนำมาซึ่งโครงการวิจัยการตรวจจับวัตถุปริศนาจากนอกโลก โดยเป็นหนึ่งในเหตุผลที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นำเงินงบประมาณ 22 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 714 ล้านบาท จากจำนวนทั้งหมดที่ได้ 600 พันล้านเหรียญสหรัฐ มาใช้ในโครงการพิสูจน์ทราบภัยคุกคามจากอากาศยานล้ำยุค ในระหว่างปี 2550 – 2555  ที่เป็นแนวคิดของแฮร์รี รีด อดีตสมาชิกวุฒิสภารัฐเนวาดา จากพรรคเดโมแครต เขาระบุว่า สามารถตรวจจับวัตถุบนอากาศที่บินด้วยความเร็วสูงหลายครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีเสียงคัดคาดจากหลายฝ่าย ทั้งจากนักวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งที่ตรวจพบไม่ใช่สิ่งที่สามารถอธิบายได้ว่าสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกมีชีวิตอยู่จริง มีอดีตพนักงานของรัฐสภาคนหนึ่งกล่าวว่า โครงการนี้อาจถูกจัดตั้งเพื่อติดตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ แต่ประเด็นที่เป็นเสียงวิจารณ์กันหนักสุดคือ เรื่องงบประมาณที่สูงลิ่วที่ใช้เพื่อประโยชน์ของกระทรวงกลาโหม จนต้องปิดโครงการไปในที่สุดแฮร์รี รีด  กล่าวกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า เขาไม่รู้สึกอายหรือเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป เพราะได้ทำอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนแม้ว่าจะมีการปิดโครงการไปแล้วตั้งแต่ปี 2555 เจ้าหน้าที่บางส่วนอ้างว่า ยังคงมีการสืบสวนหาปรากฏการณ์ทางอากาศและวัตถุที่น่าสงสัยอยู่ต่อไป