แก้อาการหลับใน

หนึ่งในสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็คือ คนขับมีอาการหลับใน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่คนแห่แหนกันไปท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน คนขับที่เที่ยวจนพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมยังมาเจอรถติด ๆ ในเส้นทางไกล ๆ อีก อาการเหนื่อยเพลียก็ทำมีอาการหลับในได้ง่าย ๆ อาการหลับในนี่อันตรายมาก เพราะนั่นหมายความว่าสมองภายในของคุณจะหลับไปแวบหนึ่ง โดยที่สังเกตจากภายนอกไม่ได้เลย คนที่หลับในจะเหมือนกับกลายเป็นคนหูหนวก ตาบอด หมาดสติไปชั่วครู่ แถมเรายังบังคับตัวเองไม่ให้หลับในไม่ได้เลยด้วย เพราะเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเองกับคนที่ง่วงนอนมาก ๆ ซึ่งถ้าเผลอหลับในเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็นานพอที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุจนต้องสูญเสียชีวิตได้แล้ว ฟังดูน่ากลัวแบบนี้แล้ว แต่ถ้าเราจับสังเกตอาการหลับในได้ และเตรียมตัวป้องกันให้พร้อม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้นกับตัวเราได้ กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีจับสัญญาณอาการหลับใน พร้อมทั้งวิธีแก้ง่วง และป้องกันอาการหลับใน เพิ่มความปลอดภัยให้ทริปการท่องเที่ยวของคุณ ดังนี้เลย

อาการหลับในสังเกตได้จาก คนที่พักผ่อนไม่เพียงพออันจะทำให้สมองหลับในไปชั่วครู่นั้น ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ จะหลับในไปเลย แต่จะมีสัญญาณบางอย่างที่บอกให้รู้ เช่นหาวบ่อย และต่อเนื่องใจลอย ไม่มีสมาธิ  รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา รู้สึกหนักหนังตา ลืมตาไม่ขึ้น ตาปรือ มองเห็นภาพไม่ชัด รู้สึกมึนหนักศีรษะ ขับรถส่ายไปมาหรือออกนอกเส้นทางมองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร และนอกจากวิธีแก้ไขอาการหลับในระหว่างเดินทางแล้ว ก่อนออกเดินทางก็สำคัญมาก เพราะถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อม วางแผนให้ดี ก็จะไม่เจอกับอาการหลับในอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางกลับจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้เลยนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง อย่างน้อย 2 คืนขึ้นไปก่อนวันเดินทางกลับ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล เพราะหากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง การอดนอนจะทำให้สมองทำงานช้าลง และสมองยังต้องการการนอนชดเชยชั่วโมงที่สูญเสียไป ทำให้มีอาการง่วง วูบหลับสั้น ๆ ระหว่างขับรถได้ทานอาหารแต่พอดี โดยต้องทานมื้อเช้า เพราะมีความสำคัญต่อสมรรถภาพการทำงานของสมองมากที่สุด ส่วนในมื้อเที่ยงหรือบ่ายนั้น อย่าทานอิ่มจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงได้ง่ายขึ้นจิบน้ำตลอดทั้งวัน อย่าให้ขาดน้ำ เพราะการขาดน้ำจะทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ ปากแห้ง คอแห้ง อ่อนเพลีย สมาธิสั้น ทำให้เหนื่อยล้าได้ง่าย หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นคืนวันก่อนเดินทางกลับ หรือขณะขับรถอยู่ก็ตาม หาเพื่อนร่วมทางไปด้วย การพูดคุยกับคนอื่นจะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานเพิ่มขึ้น  ไม่ควรขับรถในเวลา 24.00-07.00 น. และในช่วง 14.00 น. ถ้าเป็นไปได้ เพราะเป็นช่วงเวลาอันตรายที่คนเรามักจะหลับในมากที่สุด