อยากผอมรู้ไว้อาหารที่ไม่ควรกินก่อนนอน

ใคร หลายคนอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งก็ต้องเรียนรู้เอาไว้ว่าอาหารแบบไหนที่ควรกินเวลาไหนบ้าง และก่อนนอนนี่ก็คือ อาหารที่ใคร ไม่ควรกินมากที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงเข้าไว้เพื่อจะได้ไม่ทำร้ายหุ่นให้อ้วน และที่สำคัญยังไม่ทำลายสุขภาพอีกด้วย

เนื้อสัตว์ย่อยยากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองได้บอกเอาไว้ว่า หากต้องการปลุกร่างกายให้เกิดความตื่นตัว แนะนำให้ลดการกินแป้งลงโดยเน้นกินโปรตีนให้มากขึ้นแทน สภาพร่างกายที่แลดูเอื่อยเฉื่อยไม่สดใสก็จะกระปรี้กระเปร่าสดชื่นขึ้นมาทันทีโดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งคาเฟอีน ดังนั้น แนะนำให้กินโปรตีนแบบชง นมสด ไข่ต้ม ฯลฯ เป็นอาหารว่างยามบ่าย แต่อาหารเหล่านี้ไม่ควรกินตอนก่อนนอนอย่างเด็ดขาด ที่สำคัญไม่ควรกินโปรตีนจากเนื้อสัตว์หนักๆ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก กินเพียงเล็กน้อยในมื้ออาหารเย็นก็ถือว่าพอแล้ว

พิซซ่าจะว่าไปแล้ว ก่อนนอนการกินโปรตีนมากเกินไปก็ไม่ดี และการกินแป้งก็ไม่ดีเช่นกัน โดยเฉพาะสาวๆ ที่ชอบสั่งพิซซ่ามากินรอบดึก เนื่องจากแป้งและไขมันที่มีปริมาณมากจากพิซซ่าไม่เพียงจะทำให้สาวๆ กินแล้วอ้วนง่ายเท่านั้น แต่ยังถือเป็นอาหารที่กินแล้วย่อยยากอีกด้วย เมื่อกินมื้อดึกก็จะทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องผูกหรือขับถ่ายยากตามมา เพราะฉะนั้น หากไม่อยากประสบปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อจนทำให้ไม่สบายตัวไปทั้งวันทั้งวัน ก็หลีกเลี่ยงการกินพิซซ่าก่อนนอนจะดีกว่า

ไอศกรีม ประกอบด้วยน้ำตาลและนมที่ทำให้เกิดรสชาติหวานอร่อย แต่การกินก่อนนอนบอกเลยนำมาซึ่งโทษมหันต์ เพราะนอกจากจะเป็นอาหารที่ไม่ดีต่อระบบขับถ่ายแล้ว ไขมันและน้ำตาลจากไอศกรีมยังทำให้สาวๆ มีน้ำหนักตัวพุ่งปรี๊ดเร็วอีกด้วย เพราะในไอศกรีม 1 ถ้วยก็มีแคลอรีถึง 500-600 แคลอรีแล้วนั่นเอง เพราะฉะนั้น หากไม่อยากอ้วนหรือลดน้ำหนักไม่เป็นผลสำเร็จล่ะก็ บอกลาการกินไอศกรีมก่อนนอนเถอะ

เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน นอกจากจะทำให้อัตราการเต้นของจังหวะหัวใจทำงานเร็วในขณะนอนหลับ ทำให้เรานอนท่ามกลางอาการกระสับกระส่าย จนทำให้รู้สึกไม่สบายตัวแล้ว รู้หรือไม่คะว่าเครื่องดื่มเหล่านี้จะก่อให้เกิดไขมันสะสม ทำให้สาวๆ อ้วนขึ้นง่ายอีกด้วย และที่สำคัญการดื่มก่อนนอน บางคนถึงกับตื่นมามึนเบลอ สมองทำงานไม่รู้เรื่องได้เลยด้วยซ้ำหรือเกิดอาการแฮงก์นั่นเอง แถมยังก่อให้เกิดกลิ่นเหล้าติดหึ่งได้อีกต่างหาก เห็นหรือยังคะว่านี่คือ เครื่องดื่มที่ควรบอกลาก่อนนอนมากที่สุด และไม่เพียงแค่การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แต่เพียงเท่านั้น สำหรับเครื่องดื่มชา กาแฟและน้ำอัดลมก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพราะเป็นแหล่งของคาเฟอีนที่จะรบกวนการนอนหลับ แถมยังมีน้ำตาลที่จะทำให้หุ่นสาวๆ พังลงได้อีกด้วย อยากนอนหลับสบายและไม่อ้วนหรือต้องการลดน้ำหนักให้สำเร็จง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงกินอาหารเหล่านี้ก่อนนอนจะดีที่สุด

แก้อาการหลับใน

หนึ่งในสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ก็คือ คนขับมีอาการหลับใน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่คนแห่แหนกันไปท่องเที่ยวอย่างสนุกสนาน คนขับที่เที่ยวจนพักผ่อนไม่เพียงพอ แถมยังมาเจอรถติด ๆ ในเส้นทางไกล ๆ อีก อาการเหนื่อยเพลียก็ทำมีอาการหลับในได้ง่าย ๆ อาการหลับในนี่อันตรายมาก เพราะนั่นหมายความว่าสมองภายในของคุณจะหลับไปแวบหนึ่ง โดยที่สังเกตจากภายนอกไม่ได้เลย คนที่หลับในจะเหมือนกับกลายเป็นคนหูหนวก ตาบอด หมาดสติไปชั่วครู่ แถมเรายังบังคับตัวเองไม่ให้หลับในไม่ได้เลยด้วย เพราะเป็นอาการที่จะเกิดขึ้นเองกับคนที่ง่วงนอนมาก ๆ ซึ่งถ้าเผลอหลับในเพียงแค่ไม่กี่วินาทีก็นานพอที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุจนต้องสูญเสียชีวิตได้แล้ว ฟังดูน่ากลัวแบบนี้แล้ว แต่ถ้าเราจับสังเกตอาการหลับในได้ และเตรียมตัวป้องกันให้พร้อม ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ร้าย ๆ เกิดขึ้นกับตัวเราได้ กระปุกดอทคอมเลยรวบรวมวิธีจับสัญญาณอาการหลับใน พร้อมทั้งวิธีแก้ง่วง และป้องกันอาการหลับใน เพิ่มความปลอดภัยให้ทริปการท่องเที่ยวของคุณ ดังนี้เลย

อาการหลับในสังเกตได้จาก คนที่พักผ่อนไม่เพียงพออันจะทำให้สมองหลับในไปชั่วครู่นั้น ไม่ใช่ว่าจู่ ๆ จะหลับในไปเลย แต่จะมีสัญญาณบางอย่างที่บอกให้รู้ เช่นหาวบ่อย และต่อเนื่องใจลอย ไม่มีสมาธิ  รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด กระวนกระวาย จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาในช่วง 2-3 กิโลเมตรที่ผ่านมา รู้สึกหนักหนังตา ลืมตาไม่ขึ้น ตาปรือ มองเห็นภาพไม่ชัด รู้สึกมึนหนักศีรษะ ขับรถส่ายไปมาหรือออกนอกเส้นทางมองข้ามสัญญาณไฟและป้ายจราจร และนอกจากวิธีแก้ไขอาการหลับในระหว่างเดินทางแล้ว ก่อนออกเดินทางก็สำคัญมาก เพราะถ้าเราเตรียมตัวให้พร้อม วางแผนให้ดี ก็จะไม่เจอกับอาการหลับในอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้น ก่อนเดินทางกลับจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้เลยนอนพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง อย่างน้อย 2 คืนขึ้นไปก่อนวันเดินทางกลับ ในกรณีที่ต้องเดินทางไกล เพราะหากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง การอดนอนจะทำให้สมองทำงานช้าลง และสมองยังต้องการการนอนชดเชยชั่วโมงที่สูญเสียไป ทำให้มีอาการง่วง วูบหลับสั้น ๆ ระหว่างขับรถได้ทานอาหารแต่พอดี โดยต้องทานมื้อเช้า เพราะมีความสำคัญต่อสมรรถภาพการทำงานของสมองมากที่สุด ส่วนในมื้อเที่ยงหรือบ่ายนั้น อย่าทานอิ่มจนเกินไป เพราะจะทำให้ง่วงได้ง่ายขึ้นจิบน้ำตลอดทั้งวัน อย่าให้ขาดน้ำ เพราะการขาดน้ำจะทำให้ปวดหัว คลื่นไส้ ปากแห้ง คอแห้ง อ่อนเพลีย สมาธิสั้น ทำให้เหนื่อยล้าได้ง่าย หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นคืนวันก่อนเดินทางกลับ หรือขณะขับรถอยู่ก็ตาม หาเพื่อนร่วมทางไปด้วย การพูดคุยกับคนอื่นจะช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานเพิ่มขึ้น  ไม่ควรขับรถในเวลา 24.00-07.00 น. และในช่วง 14.00 น. ถ้าเป็นไปได้ เพราะเป็นช่วงเวลาอันตรายที่คนเรามักจะหลับในมากที่สุด